“Social Commerce is the NEXT BIG THING” จริงหรือ?

by | January 12, 2011
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+
เมื่อวันอังคารที่ 11 มค. บริษัทแสนสิริได้จัดงาน #sansirisocialcommerce ที่จับมือร่วมกับ Ensogo ในการมอบดีลพิเศษให้กับลูกค้าแสนสิริ ซึ่งมีคนในแวดวงออนไลน์หลายท่านให้ความสนใจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เลยว่าจะนำเอาเรื่องที่ไปเป็น Guest Speaker มาแบ่งปันกันพร้อมบทสรุปมาในหัวข้อที่ชื่อว่า “Social Commerce is the NEXT BIG THING”

Social commerce is the next big thing

View more presentations from thumbsup TH.

[Slide 1,2] คำว่า “Social Commerce” จริงๆที่ต่างประเทศนั้นได้ถูกพูดถึงกันมาสักพักแล้ว แต่ดูจะมาโด่งดังเมื่อกรณีของ Groupon นั้นเติบโตอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมาและเชื่อว่าจะเป็น BigTrend ของปี 2011

ด้วย Social Technology เราคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันมีคุณสมบัติโดดเด่นแค่ไหนในการที่ใช้รับฟังเสียงผู้บริโภค เชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน สร้างสายสัมพันธ์และการมีส่วนรวมซึ่งจะช่วยพัฒนาประสบการณ์ใหม่ๆในการ Shopping ได้

Social Commerce คือการผสมผสานระหว่าง E-Commerce และ Social Networks เข้าด้วยกัน มีคำนิยามที่น่าสนใจว่า “Helping people connect where they buy, and buy where they?connect” ที่ไหน(ระบบ E-commerce) ที่ลูกค้าซื้อของอยู่แล้วควรจะเพิ่ม social function เข้าไป ในขณะเดียวกันบริการด้าน Social Network ก็สามารถที่จะเพิ่ม function ให้ลูกค้าสามารถซื้อของได้โดยตรงเช่นกันซึ่งเห็นได้ชัดคือ Facebook Storefront
[Slide 3] รูปแบบของ Social Commerce ที่น่าสนใจและสรุปแบบคร่าวๆไว้ดังนี้
– Group Buying อย่าง Groupon
– Facebook Social Plugin อย่าง Levi เป็นเว็บไซต์ที่ใช้ Plugin เพื่อเชื่อมต่อกับฐานสมาชิกของ Facebook
– Facebook Shop หรือที่หลายๆคนเรียกว่า Storefront เปิดร้านค้าบน Facebook เสียเลย
– Shopping recommendation/Discovery Service พลังของ Social สามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการ Shopping ให้ดูน่าสนใจมากขึ้นทั้งในเรื่องของการค้นหาและการแสดงความคิดเห็นต่างๆ
[Slide 4] Social Commerce ปีนี้จะมาแรงแค่ไหนนั้น นิตยสารชั้นนำอย่าง Wired (UK) ในเดือนหน้าได้หยิบยกเรื่องของ Social Commerce ขึ้นมาเป็น Cover Story และยกประเด็นขึ้นมาไว้อย่างชัดเจนว่า แบรนด์ใหญ่ๆต้องการที่จะสร้างรายได้จากบรรดากลุ่มเพื่อนๆของเราบน Facebook และ อีกประเด็นคือ ยุคแห่ง Social Commerce ได้มาถึงและจะแทนที่ E-Commerce แล้ว
[Slide 5] มีสถิติที่น่าสนใจคือกว่า 90% ของการซื้อขายได้รับอิทธิพลมาจาก Social ซึ่งถือเป็น scale ของตลาดที่ใหญ่มาก ? เดิมทีนั้น Social สามารถโน้มน้าวและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการซื้อแต่ Social Commerce จะยิ่งทำให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นสามารถวัดผลได้!
[Slide 6] มาดูสถิติของ Facebook กันสักหน่อย ปัจจุบัน Facebook มีสมาชิกกว่า 500 ล้านรายและมากกว่าครึ่งใช้ Facebook มากกว่าเว็บไซต์อื่นๆ และ 44% ของการ sharing ทั้งหมดนั้นเกิดจากสังคมใน Facebook
[Slide 7] และแม้แต่ผู้ก่อตั้ง Facebook Mark Zuckerberg ยังคาดการณ์อีกว่า Social Commerce จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ
ฟังดูแล้ว “Social Commerce is the NEXT BIG THING” แล้วหรือยังเอ่ย ^^

[Slide 8] จากเดิมที่เราอาจมีหน้าร้านอยู่เป็นของตัวเอง ลองนึกว่าถ้าเราสามารถเปิดร้านค้าบนที่ที่ลูกค้าเราอยู่มันจะน่าสนใจขนาดไหน นี่คือโอกาสใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น จากเดิมที่จะคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้าเราสามารถหาสินค้าเราได้ ตอนนี้คงต้องถามใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าของเราเข้าไปหาลูกค้าในที่ที่เค้าอยู่แทน
หมายเหตุ : สำหรับ slide นี้จะขอเน้นไปยัง 2 ประเภทหลังเป็นหลัก ในขณะที่วิทยากรท่านอื่นได้เน้นในส่วนของ Group Buying แทน
[Slide 10] F-Commerce มาจาก Facebook-Commerce ที่สามารถสร้างธุรกิจบน Platform ระดับโลกอย่าง Facebook ได้ โดยไม่ต้องเสียโอกาสกับการที่เมื่อดูข้อมูลจาก Facebook Page แล้วก็สามารถตัดสินใจซื้อของได้จากที่นี่เลย (จะเป็นแบบระบบการซื้อขายขนาดย่อมๆบน Facebook หรือจะใช้ระบบ Commerce ของตนเองที่มีอยู่แล้วโดย link จาก Facebook ออกไปด้วย User?Experience ที่กลมกลืนกัน) การที่ต้องให้ลูกค้าคอยออกไปเปิดหน้าเว็บไซด์อื่นเองเพื่อทำการซื้อของนั้นอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการขายไปได้อย่างไม่รู้ตัว
[Slide 11] กรณีศึกษา P&G กับแบรนด์ Pampers โดย Outsource งานด้านระบบ Payment และ Logistic ไปให้กับ Amazon Webstore และนำมาไว้บน Facebook
[Slide 12] กรณีศึกษา TOY Story3 ที่เปิดระบบการจองตั๋วหนังกันเป็นกลุ่มกับ group-ticketing store สามารถที่จะตรวจสอบรอบของการฉายได้บน Facebook เลยทีเดียว
[Slide 13,14,15] เป็นกรณีศึกษาของการขายการ์ดอวยพรอย่าง Hallmark, ขายดอกไม้ 1-800 flowers.com, ขายตั๋วเครื่องบินรายแรกๆบน Facebook กับ DELTA Airline ซึ่งทั้ง 3 รายนี้ใช้บริการจากผู้พัฒนา app เพื่อเชื่อมต่อกับ Facebook อย่าง Alvenda
[Slide 16] และไม่ใช่มีแต่แบรนด์ใหญ่ที่สามารถทำได้ อันที่จริงแล้วไม่ว่าธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมก็สามารถเปิดร้านค้าได้เช่นกัน แต่แน่นอนว่าเรื่องของ Look & Feel ต่างๆอาจไม่สวยงามเท่ากับกรณีแบรนด์ใหญ่ที่ลงทุนในการปรับ Theme
[Slide 17] หลายคนอาจสงสัยว่าจะเริ่มต้นได้อย่างไร อันที่จริงแล้วมีผู้พัฒนา app เพื่อเชื่อมต่อกับ Facebook มากมาย ทั้งแบบฟรีอย่าง Payvment (ซึ่ง claim ว่าโดยเฉลี่ยมีผู้มาเปิดร้าน ~ 250ราย/วัน) หรือแบบ Premium Service อย่าง Alvenda ไปเลย เป็นต้น
[Slide 18-20] ในส่วนถัดไป Shopping Recommendation/Discovery Service ได้มีการแนะนำเว็บไซต์ BOUTIQUES.com ซึ่งพัฒนาโดย Google และเคยเขียนบทความด้านนี้ไปแล้วสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

Involving with direct experience and competency in Telecommunication industry on both sides of operators and foreign suppliers for more than decade long. The former Engineer turned to Product Development and Marketing in charge of Value Added Services on 3G network. She has been frequently invited as special speaker by various institutions and organizations, as well as has written many academic articles for the topics of Telecom Industry, Mobile Marketing and Startup Scene.

9 thoughts on ““Social Commerce is the NEXT BIG THING” จริงหรือ?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *