หรือจะถึงเวลาที่เครื่องเกมพกพาต้องตื่นตัว…เมื่อ Mobile Application พีคจัด

by | November 11, 2011
6
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ แทบจะเรียกกันได้ว่าเป็นยุคของสมาร์ทดีไวซ์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือแท๊บเล็ตที่ล้วนมีให้เห็นกันทั่วไปในทุกๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ รถไฟฟ้า ฯลฯ และเมื่อพูดถึงอุปกรณ์เหล่านี้ คงเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงจุดเด่นอย่างเรื่องของ “แอพพลิเคชัน” ไม่ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่คงส่วนใหญ่ที่ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้มาใช้คิดถึง และมันยังทำให้การใช้งานของอุปกรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หันมามองกันอีกฟากหนึ่ง อย่างเครื่องเล่นเกมพกพา ซึ่ง ณ วันนี้แทบจะพูดได้ว่า หมดยุคเรืองรองของอุปกรณ์เหล่านี้ไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Sony หรือ Nintendo เอง ก็ต้องสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดของเกม ไปให้โทรศัพท์อย่างสมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ตอย่างเลี่ยงไม่ได้ แถมตัวเลขยังมีแนวโน้มไปทางที่ทั้งสองค่ายเกมยักษ์ใหญ่ต้องกุมขมับเสียด้วย ถึงเวลาหรือยังที่ทั้งสองบริษัทต้องปรับตัว เพื่อที่จะอยู่รอดในตลาดเกมได้ต่อไป…

ตัวเลขของตลาดเกมสหรัฐฯ แสดงภาพสัดส่วนรายได้ โดยนับแต่ปี 2009 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าแนวโน้มของสมาร์ทโฟน โดยเน้นหนักไปที่สองระบบปฏิบัติการยักษ์ใหญ่อย่าง iOS และ Android OS นั้นมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ จนปีล่าสุดรายได้จากตลาดเกมของสมาร์ทโฟนนั้น เกินครึ่งหนึ่งของตลาดรวมไปเสียแล้ว

ในขณะที่ตัวเลขของทาง Nintendo นั้นมีแนวโน้มที่ตกลงอย่างน่าใจหาย จากปี 2009 ที่ครองส่วนแบ่งรายได้มากถึงร้อยละ 70 กลับตกลงกว่าครึ่งหนึ่งในปีล่าสุด ส่วน Sony ซึ่งเป็นผู้ตามอยู่แล้ว แม้จะโดนผลกระทบไม่มาก แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาแทบจะไม่เหลือที่ยืนอยู่ในตลาดเกมอยู่แล้ว

แน่นอนว่าทั้งสองบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ Nintendo นั้นเริ่มเบนเข็มจากตลาดเกมคอนโซลปกติ โดยเริ่มเน้นเรื่องของ Social Online Game มากขึ้น โดยล่าสุดพวกเขาก็มี “Wii U” ที่เริ่มควบเอาเกมออนไลน์แบบ Social มาไว้ด้วยกันแล้ว ในขณะที่ทาง Sony เองก็เตรียมเข็น Sony PlayStation Vita ที่จะเน้นความสามารถในการเชื่อมต่อออกสู่โลกออนไลน์ได้ มาสู้กันในตลาดด้วย

นอกจากนี้เชื่อว่าทั้งคู่ยังเตรียมงัดไม้เด็ดออกมาอีก เพื่อเรียกศรัทธาคืนจากตลาดเกมอย่างแน่นอน แต่จะเป็นอะไรเราคงต้องมาติดตามต่อกัน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดว่ากลยุทธ์ไหนจะช่วยให้ทั้งสองบริษัทฟื้นและลุกขึ้นชนกับตลาดสมาร์ทโฟนได้อีก…มาแชร์ไอเดียกันครับ ^^

10 years experience in telecommunication business, specialize in customer experience management and call center operation. Rungroj also passionate about how social technologies shape human interaction via social media. He is a co-author of "Marketing 2.0 and 2.1 - Social Media Marketing" and author of many best-selling mobile phone guidebook in Thailand.

  • PlayStation Certified ไงครับ คือส่วนที่ Sony ค่อยๆทำออกมาเพื่อหาที่ยืนให้กับแพลตฟอร์มโมบายเกมมิ่งของตัวเอง และเพื่อเพิ่มฐานผู้ใช้ให้กับเกมในอนาคตที่จะออนไลน์มากขึ้น

    และเหตุผลที่ Sony นั้นยังรองรับมือถือเพียงไม่กี่รุ่นก็เพื่อที่จะพยายามรักษาให้ประสบการณ์จากการเล่นเกมนั้นไม่เสียไปเพราะ Fragment ของแอนดรอย เพื่อให้คงเหลือความต่างระหว่างเกมทั่วๆไป และเกมจาก PlayStation Certified ซึ่งตอนนี้ก็คงต้องรอดูต่อไปว่าจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหนกับ PlayStation บนมือถือ…

    ส่วน Vita ผมมองว่ามันเป็นแค่อัพเดตธรรมดาๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นเพื่อให้ PSP ไม่หายไปจากสื่อนานเกินไป และเพื่อเป็นโมเดลของประสบการณ์สำหรับ PS Certified บนมือถือครับ?
    ?*เหมือน iPod Classic และ Shuffle ของแอปเปิลตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา อัพเดตตามเวลาที่ควรจะเป็น เพื่อให้คงอยู่เป็น”แบรนด์” ของไอพอดต่อไป และล่าสุด iOS5 ได้เลิกใช้โลโก้ iPod กับโปรแกรมเล่นเพลงแล้ว แสดงว่าแบรนด์ของ iPod คงจะค่อยๆหายไปในอีกไม่กี่ปี*

    • ถ้า ps certified มาจริง ผมกำลังนึกถึงการเล่นเกมข้ามแพลทฟอร์มระหว่าง android/psp ที่เกมเดียวกันแต่สามารถออนไลน์เล่นพร้อมกันได้ด้วยครับ?

  • มันอาจจะเป็นขาลงไปซักระยะเลยครับ? แต่อนาคตกลับกลายเป็นว่าการเล่นเกมบนมือถือกลายเป็นการเพาะบ่มการเป็นนักเล่นเกม ที่ต้องการอะไรที่ hardcore ขึ้น?

  • Kid_eng

    โซนี่คงมีภาษีมากกว่าจากการควบกิจการของ ericcson เพื่อเมิร์จเอาทั้ง consumer electronics product + mobile +portable device เข้าด้วยกันและดึงจุดแข็งออกมา มีทั้ง hardware software และ service ผู้ที่อยู่รอดต้องมีครบๆ และพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง