ตามติด Mobile Trend แนวโน้มไหนมาแรง? (ตอนที่ 2)

by | November 13, 2011
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

หลังจากห่างหายกันไปหลายสัปดาห์ คราวนี้ขอมาต่อกันกับ Mobile Trend กันอีก 2 หัวข้อนะคะ โดย Trend แรกจะว่าด้วยเรื่องของประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปลี่ยนไปในอีก 4 ปีข้างหน้า และอีกหัวข้อที่มาแรงในช่วง 2-3 ปีหลังกับ Mobile Cloud นั่นเองค่ะ

เมื่อกว่า 10 ปีก่อน พวกเราคงจะคุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แยกชิ้นกันอยู่ อยากจะฟังเพลงก็ต้องใช้ Walkman, CD player หรือใหม่ขึ้นมาหน่อยก็ MP3 Player จะถ่ายรูปก็ต้องพกกล้องต่างหาก , จะหา Organizer ดีๆ สักตัวก็ซื้อ Palm มาใช้, จะเล่นเน็ตให้สะดวกก็พก Notebook เป็นต้น แต่ในปัจจุบันสิ่งต่างๆ เหล่านี้รวมเข้าไว้ด้วยกันในสมาร์ทโฟน เป็นที่เรียบร้อย แถมยังรวมสารพัดความสามารถเอาไว้อีกเพียบ แต่มันจะเป็นเช่นนี้ตลอดในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือไม่ มีนักวิจัยที่คาดการณ์ถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ อันเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง

  • การแข่งขันในธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถึงจุดที่เรียกว่า สงครามราคากันมานานแล้ว ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงและก้าวเข้าสู่ยุคที่เน้นเรื่องประสบการณ์การใช้งาน (Experience) ให้สอดคล้องกับโลกยุคไอที
  • ระบบปฏิบัติการณ์อย่าง Android สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดขยายไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้ไม่จำกัด อย่างตอนนี้ที่เห็นข่าวอยู่บ่อยๆ อาทิเช่น รถยนต์, โทรทัศน์ เป็นต้น
  • การเติบโตของเศรษฐกิจของ app ที่ไอเดียต่างๆ สามารถนำไปพัฒนาเพื่อเสริมคุณค่าให้กับอุปกรณ์เหล่านั้นได้

ทำให้คาดการณ์กันว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานทั่วไปสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ผู้ใช้สามารถใช้งาน app สุดโปรดบนอุปกรณ์เหล่านั้นในรูปแบบของ Across Screens & Single Experience ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บน Cloud (จะกล่าวถึงเป็น Trend ต่อไป) ได้ ไม่ใช่แค่เพียงจาก Gadget ที่เราถืออยู่ในมือเท่านั้น

Trend ต่อไปเกี่ยวข้องกับ Cloud Computing ค่ะ เช่นเดียวกันบนโลกของ Mobile เค้าว่ากันว่าถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงจากการออกแบบระบบในลักษณะของ Client Server ตอนนี้สิ่งที่เราได้เห็นกันคือ Mobile App ที่ทำงานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเข้าถึง Cloud Service ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อีเมล, งานเอกสาร, web conferencing และอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่ง Nicholas Thomas ได้ยกตัวอย่างรูปแบบธุรกิจของ app ที่เป็น Cloud Service ประเภท SaaS (Software as a Service) ให้เห็นภาพได้อย่างน่าสนใจ? ยกตัวอย่างเช่น

  • ?Freemium Subscription Model เป็นการเปิดให้ลองใช้ฟรี และสามารถอัพเกรดฟีเจอร์เพิ่มโดยการจ่ายเงิน อาทิเช่น app อย่าง Evernote, Dropbox และที่ app ฟังวิทยุออนไลน์ที่นิยมในต่างประเทศ เช่น Pandora
  • การให้โหลด app ฟรีเพื่อเป็นเสมือนท่อลำเลียงส่งคอนเทนต์ไปถึงผู้รับ และหารายได้จากช่องทางอื่นๆ อาทิเช่น Kindle ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถโหลด app ฟรีลงอุปกรณ์ต่างๆ และขายตัวคอนเทนต์, Netflix ที่เก็บค่าสมาชิกและเปิดให้โหลด app ฟรีเพื่อใช้ดูหนังและทีวี
  • การให้โหลด app ฟรีซึ่งถือเป็นส่วนเสริม “value add” จากบริการหลักอย่างเช่น Salesforce บริการที่มีชื่อเสียงด้าน Cloud Service ให้กับกลุ่มบริษัทโดยเฉพาะ
  • และอีกรูปแบบคือบริการที่เดิมให้ใช้ฟรีบนเว็บฯ และถ้าจะใช้ mobile app เวอร์ชั่นจะมีการให้สมัครสมาชิก อาทิเช่น App แนว To-do อย่าง Remember The Milk (RTM) ที่จะมีการเก็บค่าบริการในรูปแบบของ In-app purchase อยากจะสมัครเป็นแบบรายเดือน หรือรายปี ก็เลือกได้

นี่ก็เป็นตัวอย่างของรูปแบบ Cloud Service ที่ใกล้ตัวพวกเราค่ะ และหวังว่าโมเดลเหล่านี้พอจะเป็นไอเดียของผู้ที่สนใจกำลังพัฒนา app ที่เป็น Cloud Service ไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ 😀

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 สามารถหาอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ?

Involving with direct experience and competency in Telecommunication industry on both sides of operators and foreign suppliers for more than decade long. The former Engineer turned to Product Development and Marketing in charge of Value Added Services on 3G network. She has been frequently invited as special speaker by various institutions and organizations, as well as has written many academic articles for the topics of Telecom Industry, Mobile Marketing and Startup Scene.

2 thoughts on “ตามติด Mobile Trend แนวโน้มไหนมาแรง? (ตอนที่ 2)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.