Jan24

โฆษณาออนไลน์จะสูญเปล่ากว่า 390,000 ล้านบาทในอเมริกา

หมวดหมู่: ข่าวเทศ ป้ายคำ: , ,

ในขณะที่ทิศทางของการโฆษณาเริ่มหันเข้ามาสู่โลกออนไลน์มากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป สถิติกลับชี้ให้เห็นว่าท่ามกลางงบประมาณก้อนโตนั้น งบจำนวนไม่น้อยกลับสูญเปล่าและไปไม่ถึงผู้บริโภคอย่างที่เจ้าของทุนตั้งใจไว้ และในขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในตลาดที่การโฆษณาออนไลน์มีมูลค่าสูงที่สุด เงินที่ถูกผลาญไปก็ถือเป็นจำนวนที่มหาศาลกว่าใครเช่นกัน

ในแต่ละปี งบโฆษณาออนไลน์ในตลาดสหรัฐอเมริกามีมูลค่ากว่า 40,000 ล้านเหรียญ หรือกว่า 1,260,000 ล้านบาท แต่ร่วมหนึ่งในสามหรือราว 31% คิดเป็นมูลค่ากว่า 390,000 ล้านบาทกลับถูกใช้ไปในโฆษณาที่ผู้บริโภคไม่ได้เห็นหรือสัมผัส ซึ่งบนบางเว็บไซต์อาจแย่ถึงจุดที่มีคนเห็นโฆษณาเพียง 7% เท่านั้น ในขณะที่การเติบโตของการโฆษณาออนไลน์มีสูงกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา และมูลค่าของการโฆษณาออนไลน์จะแซงหน้าสื่อสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสารและหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรก

Dr. Magid Abraham ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ comScore ระบุว่า ตลาดโฆษณาดิสเพลย์ในปัจจุบันอยู่ในลักษณะของการใช้พื้นที่ที่มากเกินความจำเป็นและมักจะมีโฆษณาปรากฏบนพื้นที่บนหน้าเว็บที่ไม่มีใครดู ซึ่งแม้โดยรวมจะถือการโฆษณาออนไลน์ได้ผลที่ดี แต่โฆษณาบนพื้นที่จุดอับดังกล่าวทำให้คุณค่าของแคมเปญตกต่ำลงไปและทำให้ราคาของการโฆษณาลดลงด้วย

31% ของโฆษณาที่ระบุตอนต้นนั้นถูกติดตั้งอย่างสมบูรณ์แบบแต่กลับไม่มีใครเห็น ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจากการที่ผู้บริโภคเลื่อนหน้าจอเร็วเกินไปก่อนที่โฆษณาจะปรากฏได้ทัน หรืออาจจะเกิดจากการที่ผู้บริโภคไม่ได้เลื่อนหน้าจอไปถึงตำแหน่งของโฆษณานั้นๆ นอกจากนั้นโดยเฉลี่ยราว 4% ของโฆษณาถูกเห็นโดยผู้บริโภคที่ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็ถือเป็นการสูญเปล่าในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

นอกจากนั้นกว่า 72% ของแคมเปญที่สำรวจพบว่าโฆษณาถูกแสดงใกล้ๆ กับข้อมูลบนหน้าเว็บที่ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น โฆษณาชีสเบอร์เกอร์ที่แสดงผลใกล้กับข้อความเตือนเรื่องโรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งก็อาจจะทำให้ผลที่ได้จากการโฆษณาไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควรและกลายเป็นการสูญเปล่าด้วยเช่นกัน

ที่มา: Read Write Web

เราได้อะไรจากข่าวนี้: ในขณะที่หลากหลายสื่อ หลากหลายกระแสต่างก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับการเติบโตของการโฆษณาออนไลน์ และผลลัพธ์ที่ได้จากการลงทุนบนช่องทางเหล่านี้ นักโฆษณาและแบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มหันมาทุ่มเม็ดเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ให้กับโลกไซเบอร์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ในขณะที่ทุกคนต่างพยายามมองหา“เครื่องมือ”บนโลกออนไลน์ที่ทันสมัยและมีฐานผู้ใช้ที่ใหญ่โต หลายๆ คนกลับมองข้ามการเลือกใช้เครื่องมือใน“พื้นที่ที่เหมาะสม”กับกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งนั่นจึงเป็นที่มาของการสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับการโฆษณาที่ไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ และในบางครั้งอาจจะเลวร้ายจนทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นลบกับแบรนด์หรือสินค้าไปด้วยซ้ำ

หากลองนั่งนึกกันเล่นๆ การที่จะเลือกลงโฆษณาบนช่องทางออนไลน์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เราอาจจะแค่หันมาตอบคำถามที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Who? (ใครคือกลุ่มเป้าหมาย) What? (สื่อสารด้วยข้อความอะไรดี) Where? (เลือกช่องทางไหนดีที่ให้ผลลัพธ์ทีี่ดีและคุ้มค่าที่สุด) When? (ประชาสัมพันธ์เวลาไหนถึงจะเหมาะสม) How? (จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างไรและวัดผลอย่างไร)?

ถ้าเราตอบคำถามง่ายๆ เหล่านี้ได้ โอกาสที่เม็ดเงินจะสูญเปล่าคงจะลดน้อยลงได้อย่างมากแน่นอน

chyutopia

I'm a big Google and Android fan who enjoys the surprises the innovations bring. My past experience includes business development in a mobile operator, an online business and currently I'm working for a big conglomerate in Thailand.

More Posts - Twitter

  • http://twitter.com/beskung สาระดี วันละ 1 นาที

    ขอบคุณครับ

  • http://www.facebook.com/Thep.benjamin พรเทพ PeterBen

    โดยหลักการแล้ว มันเหมือนจะง่าย แต่จริงๆแล้ว การนั่งวิเคราะห์ให้ได้ผลสรุปที่ดีที่สุดมันยากมากเลยนะครับ

  • Anonymous

    ป้ายโฆษณาบนท้องถนนหรือตามที่ต่างๆ ขอแค่ไปติดโฆษณาไว้ คนที่เดินผ่านไปมาต่างๆ ก็ย่อมต้องเห็นแน่ๆ

    แต่หน้าเวปไม่ใช่อย่างนั้น ถึงแม้ว่า traffic เวปจะเยอะ แต่ถ้าตำแหน่งมันไม่ดีมันก็ไม่มีคนเห็น คล้ายๆ บู๊ตขายของที่ตั้งในงานต่างๆ ถ้าตำแหน่งไม่ดีคนก็เดินมาเจอน้อย

    แล้วอย่างนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่าตำแหน่งที่ติดโฆษณาในหน้าเวปเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี? มันไม่เหมือนการเลือกบู๊ตที่จะจองเพราะเราเห็นแน่ๆ ว่าคนเดินผ่านเยอะหรือน้อย แต่หน้าเวปเราไม่สามารถไปดูได้ว่าแต่ละคนเลือกดูตรงไหนของหน้าเวปบ้าง

  • http://twitter.com/BuddyBuyApps BuddyBuy Apps

    การเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเป็นการลงโฆษณาที่ได้ประสิทธิภาพมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป 
    เท่าที่เคยลงโฆษณา FB ได้ผลตอบรับค่อนข้างดีกว่า Google และสังเกตว่า Ads ของ Google แสดงไม่ตรงกับเนื้อหา ซึ่งถ้ามีคนคลิกแต่ไม่ได้สนใจจริงจังก็อาจจะทำให้เสียค่าลงโฆษณาฟรีได้เหมือนกัน

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

  • narongsak sonjai

    อ่านพาดหัว  ผมนึกว่าจะหมายถึง สูญเปล่าเพราะ AdBlock ซะอีก  :P