7 วิธีเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัลให้เร็วขึ้นแบบที่คุณไม่เคยทำได้มาก่อน

by | January 4, 2015
15
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

student

เชื่อว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ thumbsupers ยังคงวนเวียนทำงานอยู่ในสายธุรกิจดิจิทัลก็คือ การที่เราต่างคนต่างหลง “เสน่ห์” ในความเร็วของมัน เพราะอะไรๆ ก็เปลี่ยนได้ อะไรที่เราเรียนรู้และเข้าใจถูกวันนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกในวันพรุ่งนี้ก็ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญของการยืนอยู่ในสายธุรกิจดิจิทัลให้ได้นานเท่านานก็คือ ความสามารถในการเรียนรู้ วันนี้ขอรวบรวม tips & tricks ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้นแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

1. ใช้บริการ Book Summary – หนึ่งในวิธีการเรียนรู้คือการอ่านหนังสือ แต่ปัญหาใหญ่ของนักการตลาดเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องเวลาที่มีจำกัด วันๆ ต้องวุ่นวายกับการทำงาน จะมีเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือหาความรู้ใหม่ๆ หรือถ้าหากว่าจัดเวลาได้จริงๆ กว่าจะอ่านจบสักเล่มหนึ่งก็ใช้เวลาเยอะ ผมแนะว่าคุณควรจะลองใช้บริการพวกสรุปย่อหนังสือ เดี๋ยวนี้จะมีบริการพวกนี้ออกมาเยอะครับ เช่น GetAbstract.com หรือ Bizsum.com เว็บไซต์เหล่านี้เขาจะมีกองบรรณาธิการที่ทำงานอยู่ในบริษัทด้านมีเดียที่มีชื่อเสียง อย่าง The New York Times, Fortune, Financial Times, BusinessWeek และบริษัทต่างๆ มาเป็นผู้อ่านหนังสือธุรกิจให้กับเราแล้วเอามาย่อความเป็นบทสรุปสั้นๆ ให้เราอ่านในหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกอ่าน ในแบบ PDF, ไฟล์เสียง MP3, หรือแม้กระทั่ง Kindle ประหยัดเวลาไปได้มากครับ

2. นัดกินข้าวเย็นกับรุ่นพี่เก่งๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ – “คนไทยใจดี” ยังเป็นคำที่ใช้ได้เสมอครับ โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่ทำงานมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว คนกลุ่มนี้มักจะประสบความสำเร็จมาแล้วระดับหนึ่ง คนกลุ่มนี้จะเก่งและอยากเห็นสังคมของเราดีขึ้น เขาจึงต้องการแชร์สิ่งที่เขาเรียนรู้มาตลอดชีวิตกับคนรุ่นใหม่ เราสามารถเรียนรู้จากพี่ๆ กลุ่มนี้ ใช้ช่วงเวลาเย็นของคุณสัก 1-2 ชั่วโมง เตรียมของขวัญดีๆ ให้พี่เหล่านี้ด้วยนะครับ อย่าไปมือเปล่า (แต่จุดที่ยากสักหน่อยคือ คนกลุ่มนี้จะมีเวลาว่างพอมาคุยกับคุณหรือเปล่านั่นเอง ถ้าได้ ก็ขอให้เขามาเป็น Mentor ของคุณได้เลยครับ)

3. ฝึกอ่านหนังสือแบบจับใจความ และตั้งเป้าหมายในการอ่าน – อันนี้คิดว่าหลายคนคงมีวิธีอ่านหนังสือของตัวเองอยู่แล้ว แต่แนวที่ผมใช้คือ ผมจะอ่านสารบาญให้เข้าใจโครงสร้างหนังสือก่อน เพื่อที่เราจะได้มีเป้าหมายก่อนว่าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะได้อะไร จากนั้นไล่จับใจความในแต่ละหัวข้อ และตั้งคำถามกับตัวเองว่าในแต่ละบทได้อะไร แบบนี้จะทำให้เราเรียนรู้ได้ไวขึ้น

4. จัดสรรเงินและเวลาสำหรับการสัมมนา และ Workshop อย่างแน่นอนในแต่ละเดือน – วิธีการเรียนรู้มีหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสืออย่างเดียวก็ได้ คุณสามารถแบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปสัมมนา และร่วม Workshop จากคนที่คุณไม่เคยรู้จัก หรือคิดอยากจะรู้จัก แต่ไม่เคยเข้าถึงได้สักที เรื่องนี้อาจจะดูง่ายๆ ไม่ต้องมารวมไว้ก็ได้ แต่ผมเจอมาว่าพวกเรามักจะไม่ค่อยได้จัดเวลาไว้สำหรับการไปร่วมสัมมนา และ Workshop สักเท่าไหร่ พอถึงเวลาก็ไม่ไป เพราะจะมีข้ออ้างต่างๆ นานา ส่วนใครที่คิดว่าเมืองไทยไม่มีคอร์สที่ถูกใจ ก็บินไปฮ่องกง สิงคโปร์เลยครับ หรือเรียนออนไลน์จากเมืองนอกเอาก็ได้ (ขายของ: เร็วๆ นี้ thumbsup กำลังจะจัด Spark Conference 2 นะครับ ติดตามกันด้วยน้าาาา)

5. จงแวดล้อมด้วยคนเก่งๆ – หนึ่งในวิธีการเรียนรู้คือ On the job training จงทำงานกับคนเก่งๆ มันเป็นเหมือนแรงดึงดูดที่ทำให้คุณเก่งมากขึ้น เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับคนเก่งๆ คุณจะเรียนรู้ที่จะทำงานแบบคนที่สำเร็จ ต่อให้กินข้าวกัน เดินเที่ยวกัน คุณก็จะพบว่าวิธีคิดของคนเก่งๆ มักจะแตกต่างจากสิ่งที่คุณเจอมาเสมอ (อ้าว! ได้เวลาย้ายงาน ไม่ใช่ล่ะ อย่างน้อยเจ้านายที่ออฟฟิศก็ต้องแม่นระดับหนึ่งล่ะน่า ลองหาทาง One-on-One กับเขาเป็นระยะก็ได้ครับ)

6. ใช้เว็บเมืองนอกเยอะๆ– แหล่งความรู้ของคนไทยมักจะติดอยู่กับภาษา เพราะเราเก่งภาษาไทยเป็นหลักภาษาเดียว ผมแนะนำว่าให้ลองเข้าเว็บต่างชาติทุกๆ วัน อ่านอย่างจริงจังวันละหลายๆ ชั่วโมง เราจะเจอมุมมองที่แตกต่างไปจากที่เราได้มาจากเว็บไทยทั่วๆ ไป และอย่าอ่านแต่เรื่องที่เราสนใจนะครับ เช่นสนใจ Social Media ก็อย่าอ่านแต่ Social Media แต่ให้อ่านเรื่อง Social Good ด้วย ในกรณีนี้ใครรู้ภาษาต่างชาติก็จะยิ่งได้เปรียบครับ ตอนนี้ผมเองก็ได้แต่ไทยกับอังกฤษ อยากได้ชุมชนคนอ่านภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มจังเลย!

7. ได้ความรู้มาแล้วก็จงลงมือทำ และหมั่นแชร์ความรู้ออกไป – คุณอาจจะเห็นว่ามีวิธีการเรียนรู้หลายวิธี นั่นคืออ่านมาก ดูมาก ฟังมาก ถามจากผู้รู้มากๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับมันมากๆ แต่ทั้งหมดนี้จะไม่มีประโยชน์เลยหากคุณได้ความรู้เหล่านั้นแล้วไม่นำมาลงมือทำ เพราะมันเหมือนได้ความรู้มา แต่ไม่ได้ลองทำจริง มันก็จะไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง และถ้ารู้แล้วทำแล้ว แต่ไม่แชร์กับใครเลย อันนี้ก็อันตราย เพราะถ้าคุณรู้อยู่คนเดียว คุณก็จะเก่งคนเดียว งานที่ได้ก็จะออกมาแบบไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากว่างานออกมาไม่ดี ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่พยายามไปเรียนรู้วิทยายุทธ์จากยอดเขาต่างๆ

และท้ายสุดตามธรรมเนียมการเขียนของผม ถ้าคุณต้องการต่อข้อ 8. 9. 10. ก็ใส่ลงมาตรง comment ด้านล่างได้เลย ถ้าโดนใจ เดี๋ยวเอาขึ้นให้เลย มาร่วมเขียน digital tips ไปด้วยกันนะครับ!

ที่มาของภาพ: James Williams จาก flickr

เกี่ยวกับคอลัมน์ Digital tips: สมัยนี้เวลาคนเราน้อยลง การอ่าน Best Practice ต่างๆ ใน thumbsup จะช่วยให้คุณทำงานได้ดีขึ้น แต่ Best Practice ที่เขียนกันมาทีนึงก็ย๊าวยาว (ใครจะมีเวลาอ่านอะไรยาวๆ ถ้าอย่างนั้น?) จะดีไหมถ้ามีคอลัมน์รายสะดวก (รายสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้) ในการแชร์ประสบการณ์เชิง tips & tricks ของคนทำงานธุรกิจดิจิทัลแบบสั้นๆ อ่านได้ง่ายจบในไม่กี่อึดใจ ไม่เยิ่นเย้อ แต่ตกตะกอนมาแล้ว ก็คงจะเป็นประโยชน์กับ thumbsupers ไม่มากก็น้อย

An Internet believer. Live and breathe digital around Southeast Asia more than a decade. Currently, I am running a Digital PR & Content Agency named 'Moonshot' in Bangkok, Thailand.

  • Vootou Enjoy

    โอ้ ข้อมูลเกี่ยวกับ Book Summary ดีมากๆครับ ผมต้องขอแวะไปดูซะหน่อย

    ผมแชร์เทคนิคส่วนตัว
    เวลาเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัล มันมักมาพร้อมกับคำศัทพ์ใหม่ๆตลอดเวลา
    ถ้าเราเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆนั้น โดยไม่รู้ที่มาของคำ หรือที่มาของพฤติกรรมคน อันเป็นสาเหตให้เกิดคำๆนี้ เราจะใช้เวลาทั้งหมดส่วนใหญ่ไปกับการเรียนรู้ เป็นพันๆคำตลอดอายุของเรา ไม่จบไม่สิ้น และเบียดบังเวลาในการลงมือทำของเรา

    • jakrapong

      I like it! Thanks Khun Vootou

  • Poom Laupattarakasem

    ผมว่าประโยค classic แบบพวกเลิกคิดแล้วลงมือทำ ก็ยังใช้ได้เสมอนะครับ ความคิดมัน develop มาเยอะมากเลยตั้งแต่วันแรกที่อยากทำ startup จนผ่าน incubator มาบางส่วน จนทำงาน มันกระโดดแบบติด jetpack เลยครับ ขืนไม่เริ่มทำคงยัง lean startup เล่มฟ้าอยู่เป็นแน่ ฮาๆ

  • Pichaya Asavayonchai

    อ่านหัวข้อ แล้วอ่านลงมาอีก 3 ข้อ คิดว่าเป็นพี่ปองเขียนแน่ๆ555
    ยังใหม่อยู่เลยไม่ค่อยมีเทคนิคจะแชร์ แต่อยากแนะมือใหม่เหมือนกันให้อ่าน thumbsup เพราะเข้าใจง่าย กลั่นกรองและแปลมาให้เราแล้ว ฮิ้วววว (ขัดกับข้อ 6 นิดนึงนะคะ55)

    • jakrapong

      Thanks ka

  • http://www.rachanont.com/ Rachanont

    มี book summary ที่ราคาย่อมเยาว์กว่าที่แนะนำมาอีกที่ครับ https://www.blinkist.com/

  • Yinglek YL

    รออ่านต่ออยู่ฮะ