MG เปิดตัว “inkaNet” พลิกโฉมวงการยานยนต์ ด้วยนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถ-ผู้ขับขี่ ในยุค Internet of Things

by | June 29, 2015
2
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

mg-adver

คำว่า Internet of Things (IoT) ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้ ด้วยสิ่งรอบๆ ตัวที่สามารถติดต่อสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายอย่างโมบายล์หรือแท็บเล็ตได้ รวมไปถึงสิ่งนั้นก็ยังสามารถรับ-ส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้เอง ทำให้ทุกๆ อย่างสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเยอะขึ้นอย่างมาก

ในส่วนของรถยนต์ ก็มีการเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เจ้าของรถหรือคนขับสามารถได้รับข้อมูลและช่วยอำนวยความสะดวกได้เช่นกัน เลยเป็นที่มาของนวัตกรรมล่าสุด “inkaNet” ระบบสื่อสารอัจฉริยะระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ MG ที่ทำงานบนเครือข่าย 3G และ 4G ที่ใช้งานสะดวกถึง 3 ช่องทาง – สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และ MG Call Center ซึ่งจัดทำขึ้นโดย MG แบรนด์รถยนต์ชั้นนำสัญชาติอังกฤษที่เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยและจะนำมาให้ลูกค้าใช้เร็วๆ นี้

inkaNet คือระบบที่จะช่วยให้คุณสามารถติดต่อสื่อสารกับรถยนต์ MG ที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไว้ในรถยนต์ MG ทุกรุ่นทุกคันเป็นมาตรฐานซึ่งจะออกวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ ในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ลูกค้า MG สามารถใช้งานและได้รับประโยชน์จากระบบสื่อสารนี้ที่พัฒนาจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ รู้ถึงความเข้าใจและความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง ซึ่งทาง MG เชื่อว่าระบบ inkaNet จะช่วยให้ได้รับความสะดวกและมั่นใจกับความปลอดภัยจากการได้รับข้อมูลที่รับและส่งผ่านระบบด้วยเทคโนโลยีเทเลเมติกส์ ทำให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่มีอยู่ในรถยนต์ที่เหมือนกัน ไม่ว่าผู้ใช้งานจะติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชัน, เปิดหน้าคอมพิวเตอร์ และสามารถติดต่อกับ MG Call-Center

mg-adver-1

inkaNet ทำอะไรได้บ้าง

คราวนี้มาดู 5 คุณสมบัติหลักของ inkaNet กันว่าสามารถทำได้มีอะไรบ้าง

  • การตรวจสอบสถานะของรถยนต์ (Vehicle Status Update) ช่วยอัปเดทสถานะพื้นฐานของรถยนต์ให้รู้ทันที เช่น ระยะไมล์, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและแบตเตอรี่, ประตูเปิด-ปิดสนิทหรือไม่, อุณหภูมิภายนอกรถ ฯลฯ
  • การควบคุมการทำงานของรถยนต์ (Remote Vehicle Control) ช่วยให้เจ้าของรถสามารถสั่งล็อค/ปลดล็อครถได้จากระยะไกลได้ หรือกรณีที่เจอบ่อยๆ คือ ลืมที่จอดรถ หารถไม่เจอ ก็สามารถสั่งเปิดไฟหน้ารถการผ่านแอปพลิชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อให้ค้นหารถได้ง่ายขึ้น
  • การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ (Remote Vehicle Diagnosis) เป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ตรวจสอบความผิดปกติเบื้องต้นของเครื่องยนต์ได้เองง่ายๆ รวมถึงการทำงานของระบบความปลอดภัย เช่น ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย และนอกจากนั้นหากต้องการคำแนะนำ ก็ติดต่อ MG Call Center ซึ่งจะเข้ามาดูปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านระบบ inkaNet ได้ทันที พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นกับคุณได้ทันที
  • การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ (Vehicle Alarm) หากรถยนต์มีการเคลื่อนที่แบบผิดปกติ หรือเมื่อมีการสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบจะทำการส่งข้อความ SMS และ Notification แจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของคุณทันที ทำให้คุณสามารถรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่หากเกิดเหตุสุดวิสัย
  • ระบบนำทางรถยนต์ (Navigation) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในกรณีที่ถูกขโมย จะสามารถค้นหาตำแหน่งรถได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถบอกสถานที่ที่น่าสนใจ (Point of Interest) พร้อมกับให้ข้อมูลเพื่อสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้วางแผนการเดินทางในสภาพการจราจรที่ติดขัดได้ล่วงหน้า

จะเห็นว่าคุณสมบัติต่างๆ ที่มีมาใน “inkaNet” ทำออกมาได้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่และเจ้าของรถยนต์ MG ได้อย่างรอบด้าน โดยอาศัยเทรนด์ของคนยุคเทคโนโลยีที่ใช้อินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในทุกนาทีของชีวิต

และนี่ก็คือสิ่งที่เราอยากจะนำเสนออีกด้านของการใช้ Internet of Things (IoT) ที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจและเหมาะกับคนในยุคนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและติดต่อเพื่อทำการทดลองขับและใช้งาน inkaNetได้ที่ http://mgcars.com/th/innovation/inkaNet และ facebook.com/MGcarsThailand

บทความนี้เป็น Advertorial

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters