เมื่อธุรกิจต้องพึ่ง Influencer Marketing จะเริ่มอย่างไร ทางนี้มีคำตอบ

by | January 9, 2017
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

fashion-woman-cute-airport-1

การทำการตลาดด้วย Content Marketing ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ตอนนี้มีบริษัทจำนวนมากที่พบว่า คอนเทนต์ที่มีนั้นไม่สามารถช่วยหรือสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคทุกวันนี้แทบจะถูกทับจนบี้แบนด้วยคอนเทนต์จากโลกอินเทอร์เน็ต นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า การทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จในยุคนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


ผลก็คือ เราได้เห็นผู้ประกอบการบางรายที่เริ่มมองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อยกระดับการทำ Content Marketing โดยไม่หวังพึ่งแต่เพียงอีเมล หรือเทคนิคซ้ำๆ ที่ทุกเว็บใช้งานเหมือนๆ กันอีกต่อไป นั่นจึงทำให้ Influencer Marketing ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างการทำ Influencer Marketing ที่เห็นได้เด่นชัดก็คงทำสัญญากันระหว่างบริษัทกับบรรดาเซเลบดาราคนดัง ให้ช่วยใช้โปรดักซ์ของบริษัทแล้วโพสต์ลงในแพลตฟอร์ม Social Media ที่ต้องการให้ที

ซึ่งในต่างประเทศนั้น เซเลบคนดังอย่าง Kylie Jenner สามารถทำเงินจากความดังของตัวเองได้มากถึงโพสต์ละ 50,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,786,500 บาทเลยทีเดียว แม้จะดูเป็นจำนวนเงินที่สูง แต่บริษัทผู้ว่าจ้างก็ได้ลูกค้าจาก Instagram ของเธอกลับมาหลายพันคนอยู่ จึงค่อนข้างเป็นการจ่ายที่สมน้ำสมเนื้อ

มีการวิเคราะห์กันว่า สาเหตุที่การตลาดแบบนี้ได้ผล เพราะ Kylie Jenner เป็นแบรนด์ที่มีภาพของความหรูหรา และน่าสนใจแฝงอยู่ ซึ่งเธอสามารถดึงดูดให้มีผู้ติดตามบน Instagram ได้มากถึง 82.6 ล้านคน และทำรายได้จากการจำหน่ายชุดลิปสติก เดินแบบ การปรากฏตัวทางทีวี และโฆษณาบน Social Media ได้กว่า 28 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาทในปีเดียว

แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินถุงเงินถังก็ไม่ต้องหนักใจ เพราะทุกวันนี้การทำการตลาดแนว Influencer marketing จะยิ่งเจาะลึกมากขึ้น และผู้ที่จะมาเป็น Influencer ได้นั้นจะไม่ถูกจำกัดด้วยความเป็นเซเลบคนดัง (ที่ต้องจ่ายแพงๆ) อีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้าม เราจะมี  Influencer รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่ง Deirdre Breakenridge ซีอีโอของ Pure Performance Communications ได้ให้นิยามของ  Influencer marketing เอาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

“I look at it as ‘influence equals action’. It’s knowing there’s individuals that come in all different shapes and sizes, everyone from your own customers to bloggers, Twitter personalities, LinkedIn power-users, analysts and experts who are able to move the needle for you.”

คำพูดด้านบนสอดคล้องกับสิ่งที่ Google พบ นั่นคือ ผู้ผลิตคอนเทนต์บน YouTube หลายคนสามารถสร้างยอดวิวให้กับสปอนเซอร์ได้มากกว่าบรรดาเซเลบถึง 3 เท่า และเกิดแอคชั่นต่างๆ ตามมาได้มากกว่าเซเลบถึง 2 เท่า

pexels-photo-248533

สำหรับธุรกิจองค์กรต่างๆ คำแนะนำก็คือ การหันมาโฟกัสที่ Influencer ที่เข้าถึงตลาดกลุ่ม Niche ของตนเองได้น่าจะดีกว่าการจ่ายเงินให้กับ Influencer ที่ใช้กันทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งเราอาจเริ่มได้ดังนี้

1. ระบุตัว Influencer ที่ต้องการ

ลองเขียนรายชื่อของ Influencer ที่บริษัทคุณคาดว่าเขาหรือเธอจะมีบทบาทสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายออกมาสัก 5 – 10 คน เพื่อที่คุณจะได้มีตัวเลือกในการพิจารณา ซึ่งการหา อาจจะหาคนที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่บน Twitter คนที่ได้รับการพูดถึงบน Facebook คนที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน Instagram หรือเข้าไปดูว่าคู่แข่งของบริษัทเค้าใช้ใครกันบ้างก็ได้

โดยในการพิจารณาหา Influencer นั้น อย่าดูแค่ว่าเขาโพสต์อย่างเดียว ต้องดูด้วยว่า เขามีการเข้ามาตอบกลับกับบรรดาแฟนๆ ด้วยไหม เพราะหากเขาแค่โพสต์ๆๆ และโพสต์อย่างเดียว เขาอาจเป็นแค่ Content Pusher ไม่ใช่ Influencer อย่างแท้จริง

2. ส่ง Influencer ลงบนช่องทางที่เหมาะสม

เมื่อหา Influencer ได้แล้ว อีกข้อหนึ่งคือต้องแน่ใจว่า คุณเลือก Influencer ได้ถูกกับแพลตฟอร์มที่คุณต้องการจะนำเสนอ หรือเป็นแพลตฟอร์มที่ลูกค้าเป้าหมายของคุณอยู่บนนั้น ซึ่งในจุดนี้ เทคนิคที่น่าสนใจอีกข้อคือ ลองมองหา Influencer ที่มีผู้ติดตามเยอะๆ และดังในหลายๆ แพลตฟอร์มก็อาจช่วยประหยัดเงินได้

3. ต้องมีความชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรจาก Influencer นั้นๆ

เมื่อจะต้องมีโพสต์ใดโพสต์หนึ่ง (เพื่อการโฆษณา) ปรากฏขึ้นบนโลกออนไลน์แล้ว บริษัทต้องชัดเจนว่า Influencer คนนั้น จะช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง และการทำ Influencer marketing ต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และวิธีในการเผยแพร่ก็จะต้องมีพลังมากพอที่จะทำให้เกิดการซื้อสินค้า

ดังนั้น เมื่อมีการใช้ Influencer ช่วยธุรกิจของบริษัทแล้ว อย่ากลัวที่จะถาม หรือขอคำแนะนำจาก Influencer เหล่านั้น เพราะว่าประสบการณ์ของเขาเหล่านั้นสามารถช่วยคุณปรับปรุงแคมเปญ หรือรูปแบบการทำโฆษณาได้เช่นกัน

4. ติดต่อ Influencer

ติดต่อกับ Influencer แนะนำตัว และแนะนำบริษัท รวมถึงการบอกข้อมูลของค่าตอบแทนที่คุณจะมอบให้เช่น การให้ผลิตภัณฑ์ไปใช้ฟรี โดยใช้ภาษาที่เป็นมิตร แต่ชัดเจน  จากนั้น หาก 2 – 3 วันผ่านไปแล้ว Influencer ยังไม่มีการตอบกลับ ให้ลอง Follow up อีกครั้ง

ทางที่ดีลองติดต่อ Influencer ผ่าน Social Media ที่คุณต้องการจะให้เขาใช้โพสต์ และติดต่อผ่านอีเมล อาจเป็นทางหนึ่งที่ทำให้เขาให้ความสนใจ และคุณเองก็จะได้ทราบด้วยว่า Influencer คนนั้นมี “สปีด” ในการตอบสนองกับผู้ชมของพวกเขาในระดับใด

5. ดำเนินการต่อตามแผนที่วางไว้

เมื่อคุณได้ Influencer และมีการโพสต์คอนเทนต์นั้น ๆ ออกไปแล้ว ก็ให้คุณดำเนินการต่อตามแผนที่วางไว้ เช่น การวิเคราะห์ Traction ที่เกิดขึ้นจากโพสต์นั้น ๆ การเข้าหาลูกค้าที่เข้ามาคอนเม้นท์ หรือแชร์ ซึ่งการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของคอนเทนต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากและจะทำให้คุณมองเห็นรูปแบบการทำ Influencer Marketing ในอนาคต รวมถึงสามารถหาช่องทางในการใช้ Influencer Marketing ในการสร้างลูกค้าจำนวนมากในอนาคตได้ด้วย

นอกจากนี้ คุณอาจใช้เครื่องมือต่าง ๆ สำหรับการบริหารจัดการแคมเปญที่มีให้ใช้งานมากมาย เช่น Traackr, Linkdex, Little Bird, Followerwonk หรืออื่น ๆ อีกมากมายจาก Link นี้มาใช้ร่วมด้วยก็ได้ค่ะ

ที่มา: CrowdSpring.com

Editorial team of Thumbsup for Digital Marketing & PR section which working space is around with the laugh and love of family :)