Adyim เผยผลประกอบการโต 1,200% ใน 5 ปี ตั้งเป้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 3 ปีข้างหน้า

by | March 2, 2017
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

 

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง “แอดยิ้ม” (Adyim)

“แอดยิ้ม” ประกาศความสำเร็จเติบโต 1,200% ใน 5 ปี ขึ้นแท่นบริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสัญชาติไทยระดับแนวหน้าของประเทศ ชูบริการ “Digital Marketing Solutions” ครบวงจร ตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน รุกหนักตั้งเป้านำบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี


คุณธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง “แอดยิ้ม” (Adyim) ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งโซลูชั่นยักษ์ใหญ่ของไทย เผยว่า

“ปัจจุบันตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 11,200 ล้านบาท และมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 30-40% ในทุกปี เนื่องจากทุกองค์กรและภาคธุรกิจมีการใช้งบประมาณทางการตลาดในช่องทางดิจิทัลมากขึ้น เพื่อสอดรับกับการปรับตัวของผู้บริโภค”

“แอดยิ้มได้พัฒนาแนวทางการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ด้วยการนำเอาศาสตร์ความรู้ 3 ด้าน คือ  การตลาด การทำโฆษณา และเทคโนโลยี (Marketing + Advertising + Technology) มาผสมผสานสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการให้กับลูกค้าในทุกประเภทของธุรกิจ โดยแอดยิ้มจะให้ความสำคัญในเรื่องผลลัพธ์ทางธุรกิจของลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การสร้างกระแสให้ “ว้าว” อยู่บนโลก Social แต่ไม่ตอบโจทย์หรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของลูกค้า จนได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย เช่น ปตท., SCG, Sony, Nissan, Panasonic, ไทวัสดุ, Line, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ไทยประกันชีวิต และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น ด้วยทีมงานคุณภาพกว่า 120 คน

“เราจะเข้าไปแก้ปัญหาหลักของธุรกิจให้กับลูกค้า ซึ่งจะแก้ในระดับ Business Level เลย เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็ก หรือบริษัทใหญ่ ต่างก็มีเป้าหมายทางธุรกิจอยู่ 3 อย่าง คือ 1.กำไร  2.เติบโต 3.ยั่งยืน แอดยิ้มเราไม่ได้คิดแค่ทำแอดเวอร์ไทซิ่ง แต่เราคิดถึงเป้าหมายทั้งสามด้าน เราจะมีแนวทาง (Solution) ในการตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการครบทุกด้าน ผมเรียกมันว่า  A – Z Digital Marketing Solution คือ ไม่ว่าจะมีโจทย์หรือปัญหาอะไรก็ตาม แอดยิ้มเราจะมี Solutions ครบทุกอย่าง ทำจบครบวงจร และส่วนใหญ่ Solution เราเป็น In-house ทั้งหมด ทุกอย่างเราควบคุมได้ นั่นคืออีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้เราไม่เหมือนใคร และอาจจะเป็นบริษัทเดียวในประเทศที่สามารถบูรณาการ 3 สิ่งที่สำคัญมาไว้ด้วยกัน คือ  Advertising, Marketing และ Technology เพื่อมาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจให้สร้างกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” ซีอีโอแอดยิ้มกล่าว

สำหรับบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าแบบ  A- Z ของแอดยิ้ม เริ่มตั้งแต่การตั้งต้นคิดวิเคราะห์ด้วยดิจิทัลรีเซิร์ส เก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ทั้งหมดด้วยระบบ Big Data ผนวกกับข้อมูลอื่นๆ  ที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว เช่น เว็บไซต์, Social Media,ระบบCRM รวมถึงการซื้อมีเดียที่ผ่านๆ มาของลูกค้าเอง นำมาประเมินรวมกับข้อมูลของคู่แข่ง เพื่อวางรูปแบบกลยุทธ์ออนไลน์ นำไปสู่การพัฒนาธุรกิจให้กับลูกค้า พร้อมทั้งสร้างสรรค์นำเสนอแนวทางการทำตลาดใหม่ๆ อีกทั้งให้คำปรึกษา, ปรับปรุงและบริการออกแบบสื่อดิจิทัลของลูกค้า ทั้งเว็บไซต์, โมบายล์แอปพลิเคชัน, กราฟิค, ผลิตเนื้อหาและผลิตวีดีโอ (Content  Marketing) แนะนำการเลือกใช้ Influencer ที่เหมาะสม, ครีเอทมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ และมีบริการดูแลช่องทาง Social Media ให้กับลูกค้าทั้งในรูปแบบ Facebook Fanpage, Line, IG, Youtube ฯลฯ เพื่อดูแลภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นไปในเชิงบวก และบริการซื้อสื่อดิจิทัลทุกประเภทโดยใช้เทคโนโลยีระดับโลก และทีมงานมืออาชีพ และยังเพิ่มความมั่นใจให้กับบริษัทและองค์กรขนาดใหญ่ด้วยโปรแกรมการฝึกอบรมดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ให้กับลูกค้าอีกด้วย”

 

ผลงานการสร้างสรรค์งานของแอดยิ้มได้รับการยอมรับจากลูกค้าและองค์กรชั้นนำสามารถคว้ารางวัลสำคัญๆ มาได้หลายรายการ อาทิ รางวัลจากแคมเปญ Best Digital Campaign L’Oreal  World Wide 2011 & 2013, แคมเปญ L’Oreal สนับสนุน ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต ร่วมเดินพรมแดงในงาน “Cannes Film Festival” จนเกิดกระแสในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง, การสร้าง Mobile Application เพื่องาน CRM และต่อยอดให้ธุรกิจมียอดขาย เช่น สีเบเยอร์มียอดขายมากกว่า 80 ล้านบาท ผ่าน Solution ที่บริษัทคิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึงปี, ระบบประมูลรถยนต์ออนไลน์ให้กับ Manheim บริษัทประมูลรถยนต์ออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก ฯลฯ

ทั้งนี้ผลประกอบการของแอดยิ้ม นับว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึง 1,200% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา โดยในปีพ.ศ.2559 แอดยิ้มมีผลประกอบการอยู่ที่ 225 ล้านบาท และในปี พ.ศ.2560 นี้ได้ตั้งเป้าไว้ที่ตัวเลข 350 ล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะทำให้ได้ถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อจะนำบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (SET)

นอกจากนี้ ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในแวดวงการตลาดดิจิทัล นายธนพล ยังระบุถึงเทรนด์ตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยในปี พ.ศ.2560 นี้ว่า ตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งใน AEC ยังมีช่องทางการเติบโตอีกมากมาย โดยดูจากสถิติจำนวนประชากรควบคู่กับจำนวนผู้ใช้ Smart Phone ในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศจีนมีประชากรประมาณ 1.37 พันล้านคน มีอัตราการใช้ Smart Phone ประมาณ 41% โดยในตัวเลขนี้ มูลค่า Digital Marketing ของจีนอยู่ที่ประมาณ 66 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

ขณะที่ เมื่อมาเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรใน  AEC ทุกประเทศรวมกันจะมีประมาณ  623 ล้านคน มีอัตราการใช้ Smart Phone อยู่ที่ประมาณ 33.2% โดยในตัวเลขนี้มูลค่า Digital Marketing ใน AEC กลับมีมูลค่าแค่ 3.3 พันล้านเหรียญเท่านั้น จะเห็นว่าจีนมีประชากรมากกว่า AEC ประมาณ 2.19 เท่า แต่มูลค่าตลาด Digital Marketing ในจีนกลับโตกว่าAEC ถึง 20 เท่า หรือถ้าจะเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ ที่มีประชากรเพียง 50.9 ล้านคน แต่กลับมีมูลค่าตลาด Digital Marketing สูงถึง 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่ามูลค่า Digital Marketing ของทุกประเทศใน AEC รวมกันเสียอีก ซึ่งเชื่อว่าในเวลาอีกไม่นานนัก ตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในแถบ  AEC จะเติบโตเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว และจะมีมูลค่าตลาดสูงกว่าเสียอีก โดยประเทศที่มีมูลค่าทางด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งใน  AEC สูงสุดได้แก่ อินโดนีเซีย, ไทย, ฟิลิปปินส์ , สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามลำดับ

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters