“โฟร์โมสต์” คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ทรงพลัง 2 ปีซ้อน

by | March 17, 2017
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

ผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์” โดยบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล “สุดยอดแบรนด์ทรงพลังปี 2016” (The Most Powerful Brands of Thailand 2016) ในหมวดผลิตภัณฑ์จากนม 2 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นแบรนด์นมพร้อมดื่ม “อันดับหนึ่ง” ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี

คุณพิมจันทร์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “โฟร์โมสต์”กล่าวว่า “สำหรับการคว้ารางวัล “สุดยอดแบรนด์ทรงพลังปี 2016” (The Most Powerful Brands of Thailand 2016) จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยที่ 2นั้น นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับโฟร์โมสต์ ในการรักษาตำแหน่งหลังจากที่เคยคว้ารางวัลนี้มาแล้วในปี 2014 ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของแบรนด์ในด้านต่างๆ จากเสียงของผู้บริโภคทั่วประเทศ ตามเกณฑ์ที่ได้ถูกกำหนดไว้ ทั้งความตระหนักในแบรนด์ (Awareness)ความชื่นชอบในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ (Preference) การใช้ผลิตภัณฑ์จริง (Usage) และภาพลักษณ์ในมุมมองผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ (Image)

ทั้งนี้ คุณพิมจันทร์ได้เผยว่า ปัจจัยความสำเร็จมาจากการสร้างการรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบความต้องการทุกคนในครอบครัว และการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเผยทิศทางการดำเนินงานในปี 2560 เพื่อมุ่งรักษาแชมป์แบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาดนมพร้อมดื่มเพิ่มขึ้น 1 – 2% ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

 

โดยการสร้างการรับรู้ในแบรนด์นั้น โฟร์โมสต์ได้มุ่งเน้นไปที่การใช้สื่อที่ครอบคลุม และเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งสื่อภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และสื่อดิจิตอล เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกจากนั้นยังมีการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เช่น แคมเปญเชิงสร้างสรรค์สังคม อาทิ แคมเปญ “โฟร์โมสต์ พากลับบ้าน สงกรานต์สุข” ที่เน้นย้ำถึงการสร้างสุขภาพร่างกายสมบูรณ์และการมีครอบครัวที่แข็งแรง 100%ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการส่งคนไทยกลับบ้านในช่วงสงกรานต์มาเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน

 

กลยุทธ์ที่สอง การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จากการสำรวจพบว่า ในทุกๆ ปีอัตราการบริโภคนมของคนไทยขยายตัวสูงขึ้นทั้งในกลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์การรักษาสุขภาพของคนไทยที่มีมากขึ้นที่ไม่เพียงดื่มนมเพื่อเป็นอาหารในตอนเช้า แต่ยังเลือกบริโภคนมเพื่อเป็นอาหารว่างในยามบ่ายด้วย ด้วยเหตุนี้โฟร์โมสต์จึงได้มีการคิดค้นสูตรและออกผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำเรื่องสารอาหารจากนมที่ครบถ้วนด้วยรูปแบบต่างๆ ทั้งจากนมโค 100% นมคืนรูป และอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โฟร์โมสต์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์นมยูเอชที (UHT) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ นมโคแท้ 100% รสจืด นมหลากรสชาติที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ใหญ่ โฟร์โมสต์โอเมก้าสำหรับเด็ก และโฟร์โมสต์ยัมมี่ ผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurized Milk) และผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตพร้อมดื่มทั้งแบบถ้วยและแบบกล่องยูเอชที

ขณะที่กลยุทธ์สุดท้าย คือ การบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโฟร์โมสต์มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นางสาวพิมจันทร์ กล่าวต่อว่า “สำหรับทิศทางการดำเนินงานของโฟร์โมสต์ในปีนี้ เรายังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตอบทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยโฟร์โมสต์ได้ดำเนินงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรโคนมชาวไทยทั่วประเทศ ผ่านทางฟาร์มโคนมหลายสิบแห่งมาอย่างยาวนาน เพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำนม พร้อมการสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบการจัดการฟาร์มโคนม มีการเชิญเกษตรกรชาวเนเธอร์แลนด์มาร่วมวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพนม (Dairy Development Program: DDP) อีกทั้งยังริเริ่มโครงการที่ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อส่งเสริมศักยภาพของเกษตรกรโคนมไทยให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืน พัฒนาโรงงานผลิตให้มีความทันสมัย เพื่อเก็บรักษาคุณภาพน้ำนมไว้ได้อย่างดีที่สุด รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมนมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดนมพร้อมดื่มทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย ในปัจจุบันโฟร์โมสต์ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนม และศูนย์กระจายน้ำนมดิบในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยกว่า 11 แห่ง ในปริมาณกว่า 350 ตันต่อวัน ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในผู้ซื้อนมเชิงพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ”

สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม (RTD Milk) ของเมืองไทยในปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งโฟร์โมสต์สามารถครองความเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มสินค้านี้ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงร้อยละ 33 โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2560 จะเติบโตกว่า 1-2% และยังคงรักษายอดขายอันดับหนึ่งไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

“รางวัลสุดยอดแบรนด์ทรงพลัง ที่โฟร์โมสต์คว้ามาได้ 2 ปีซ้อนนั้น ไม่ได้เป็นแค่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาที่โฟร์โมสต์ จะมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ให้ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทยตลอดไป” คุณพิมจันทร์ กล่าวทิ้งท้าย

Editorial team of Thumbsup for Digital Marketing & PR section which working space is around with the laugh and love of family :)