รู้จักกันหรือยัง “สลากดิจิทัล” เครื่องมือลงทุนของชาวมิลเลนเนียล

by | November 13, 2017
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

เอ่ยชื่อ “สลากออมสิน” คงต้องบอกว่าเป็นชื่อที่หลายคนรู้จักกันดีในฐานะการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน และปลอดภัยเนื่องจากเงินต้นไม่สูญหายไปไหน อีกทั้งใครที่ฝากครบกำหนดก็จะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ นอกจากนั้น สลากออมสินยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนไทยทราบกันดี นั่นคือ ทุกวันที่ 16 ของเดือน จะต้องขอลุ้นรางวัลที่ 1 ตั้ง 10 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน 36 งวด

แต่หากมองไปที่ภาพรวมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ก็คงต้องยอมรับว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย และเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เช่น ชาวมิลเลนเนียล ที่กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทต่อตลาดการเงินการลงทุนมากขึ้น ธนาคารออมสินจึงได้ส่ง “สลากดิจิทัล” ที่มาพร้อมความสะดวกสบายไฮเทค เนื่องจากผู้ซื้อสามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเองผ่าน แอปพลิเคชัน MyMo โดยไม่ต้องไปซื้อสลากออมสินที่ธนาคารเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป ที่สำคัญ การซื้อสลากดิจิทัลไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อแต่อย่างใด

นอกจากความน่าสนใจของสลากดิจิทัลที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำรายได้ด้วยตัวเอง เช่น การฝากสลากดิจิทัลได้เองทุกที่ ทุกเวลา ถอนสลากดิจิทัลก่อนครบอายุ รวมไปถึงการตรวจสอบข้อมูลของสลากดิจิทัล และเงินรางวัลที่ถูกในแต่ละงวด ผ่านทางแอปพลิเคชัน MyMo เมื่อถูกรางวัล MyMo จะแจ้งผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัลผ่าน Push Notification และสรุปรวมรายการสลากดิจิทัลทั้งหมดไว้ในหน้าจอเดียวให้อีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้ความพิเศษของสลากดิจิทัล ที่ให้ผู้ซื้อสามารถ ตั้งชื่อนามแฝงให้กับสลากดิจิทัลได้ตามต้องการเพื่อบันทึกไว้เป็นความทรงจำ เช่น ซื้อเป็นที่ระลึกในโอกาสพิเศษ เงินออมโบนัส เป็นต้น

ส่วนใครที่ถูกรางวัล ยอดเงินรางวัลจะถูกโอนเข้าบัญชีคู่โอนที่ผูกไว้กับทะเบียนสลากดิจิทัลโดยอัตโนมัติ และเมื่อสลาก ครบอายุ ระบบจะทำการโอนเงินต้นและดอกเบี้ย เข้าบัญชีคู่โอนให้อีกเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าความสามารถของสลากดิจิทัลค่อนข้างสอดรับกับพฤติกรรมของชาวมิลเลนเนียลที่เน้นความรวดเร็ว สะดวกสบาย และต้องการควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

สำหรับราคาของสลากดิจิทัลนั้นจะอยู่ที่หน่วยละ 50 บาท อายุ 3 ปี เท่ากับมีสิทธิถูกรางวัล 36 เดือนติดต่อกัน โดยรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนใครที่ฝากครบ 3 ปี รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย หน่วยละ 51.00 บาท และที่พิเศษคือเงินรางวัลและดอกเบี้ยของบุคคลธรรมดา ไม่เสียภาษีอีกด้วย

ส่วนการหมุนรางวัลสลากดิจิทัลจะหมุนรวมกับสลากออมสินพิเศษ ซึ่งจะประกาศรางวัลทุกวันที่ 16 โดยเลขที่ถูกรางวัลเป็นเลขชุดเดียวกัน

อย่างไรก็ดี คงต้องบอกว่าการสนใจซื้อสลากดิจิทัลก็มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน นั่นคือระยะเวลา และจำนวนเงินในการรับฝากที่ต้องนานและเยอะสักหน่อยจึงจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยหากเงินฝากไม่ถึง 5 แสนบาทต่อปี ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ 0.667% แต่ถ้าฝากครบ 5 แสนบาท ผลตอบแทนจะเริ่มต้นที่ 1.387% และในจุดนี้ หากใครฝากไม่ครบ 3 ปี สัดส่วนดอกเบี้ยที่จะได้รับก็จะลดลงไปด้วยเช่นกัน ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวมแล้ว สามารถสรุปภาพรวมความน่าสนใจของสลากดิจิทัลได้ ดังนี้ 

  • เมื่อซื้อสลากดิจิทัล 500,000 บาท การันตีดอกเบี้ยขั้นต่ำ 1.387% ต่อปี
  • ฝากครบอายุ รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย 1 บาท ต่อหน่วย หรือเทียบเท่า 0.667% ต่อไป
  • มีสิทธิ์ถูกรางวัลทุกเดือนเป็นเวลา 36 เดือน
  • สลากดิจิทัล งดจำหน่ายวันที่ 16 ของเดือน
  • เงินรางวัลและดอกเบี้ยบุคคลธรรมดา ไม่เสียภาษี
  • เมื่อสลากดิจิทัลครบอายุ ระบบจะโอนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเข้าบัญชีเผื่อเรียกที่ผูกไว้

แต่สำหรับชาวดิจิทัล บางทีเรื่องของดอกเบี้ยอาจน่าสนใจเป็นรองเมื่อเทียบกับการได้บริหารการลงทุนได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน แถมยังได้สิทธิในการลุ้นรางวัลที่ 1 เหมือนเดิมอีกด้วย ซึ่งในจุดนี้ใครที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ www.gsb.or.th หรือ www.mymobygsb.com ค่ะ

บทความนี้เป็น Advertorial

 

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters