ทำไม CRM ต้อง Buzzebees

by | May 28, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

การทำตลาดแบบ CRM นั้น ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ลูกค้าชอบมากนะคะ เสมือนเป็นสิทธิพิเศษที่แบรนด์ทำให้แก่ลูกค้าที่ภักดีและใช้บริการสม่ำเสมอ แต่ก็มีอีกหลายแบรนด์เหมือนกันที่ตกม้าตายกับเรื่องแบบนี้ และ Buzzebees ก็ถือเป็นเจ้าตลาดที่ครองส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 80% เลยทีเดียว

ณัฐธิดา สงวนสิน และ ไมเคิล เชน

Buzzebees เป็น Mobile CRM Privilege Platform ที่เปิดให้บริการมา 5 ปีแล้ว มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 80% มีผู้ใช้งานในไทยกว่า 45 ล้านคนแล้ว ขณะนี้ถือว่าเป็นรายเดียวที่เปิดให้บริการแบบครบวงจร ผ่าน 4 ฟังก์ชั่น คือ 1.ระบบ CRM พร้อมการจัดหา privilege แบบ end-to-end  2. ระบบ Digital Wallet Payment 3. ระบบ E-Commerce และ 4. แพลตฟอร์มการตลาดรูปแบบใหม่ Buzzebees Z-Through ที่คาดว่าจะตรงใจผู้บริโภค 

ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เล่าว่า แนวคิดในการทำเครื่องมือการตลาดแบบ CRM Priviledge ขึ้นมานั้น เป็นเพราะจำนวน Big Data ที่มีอยู่บนระบบออนไลน์อย่างมหาศาล ยังไม่มีการนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว จึงนำแนวคิดนี้มาถือว่าเป็นแกนหลักสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในการต่อยอดและพัฒนาขึ้นเป็น ecosystem ของบริษัทขึ้นมา 

การเก็บข้อมูลบน Big Data ของ Buzzebees นั้น สามารถทำได้ถึง 2 ล้านข้อมูล/วินาที มีการเก็บพฤติกรรมและผสมผสานกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพศ อายุและความชื่นชอบ ทั้งรูปแบบ Structure และ Unstructure Data

“ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายข้อมูล เพราะเราไม่เคยขายข้อมูลของลูกค้าที่เข้ามาร่วมกิจกรรม แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำแคมเปญและโปรโมชั่นที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าแบรนด์ได้”

ลูกค้าของ Buzzebees มีอยู่ทุก Segment ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม B2c แบรนด์องค์กรกว่า 60 ราย ไม่ว่าจะเป็น ซัมซุง, ไทยพาณิชย์, มี๊ด จอห์นสัน, น้ำดื่มสิงห์, ซิตี้แบงก์, กสิกรไทย, กรุงไทยแอกซ่า, อลิอันซ์ อยุธยา, เทสโก้ โลตัส, ทรู คอฟฟี่ เป็นต้น เพราะแบรนด์เหล่านี้ต้องการสื่อสารกับลูกค้าจำนวนมากๆ ดังนั้นเวลาที่ทำแคมเปญการตลาดใดๆ ต้องมั่นใจได้ว่า “right person right time”

“เมื่อเทียบกับการยิงแคมเปญให้ลูกค้าแบบวิธีอื่นๆ การทำแคมเปญผ่านระบบของ Z-through จะมี response rate ถึง 70% ในขณะที่ SMS จะได้เพียง 10% เท่านั้น”

ขณะนี้มีลูกค้าที่ใช้งาน Z-through นั้น มีบ้างแล้วในเฟสแรก โดยเอา Hashtag จาก database ของลูกค้าเอง มาช่วยในการเจาะกลุ่มลูกค้า เพื่อดูว่าการทำ royalty แบบไหน ที่เหมาะสมและโดนใจลูกค้าของเขา รวมทั้งสร้างให้เกิดการ engagement กับแบรนด์ได้บ่อยแค่ไหน เมื่อสามารถชักจูงให้เกิด conversion rate ได้สักครั้ง แคมเปญต่อไปก็จะเดินหน้าต่อได้ไม่ยากนัก

ใครจะไปคิดว่า Hashtag จะสามารถนำมาเก็บข้อมูล และส่งต่อเป็นโปรโมชั่นสำหรับทำการตลาดได้ ซึ่งแฮชแท็กที่จะนำมาใช้ทำแคมเปญนั้น ควรเลือกสร้างจากคำที่มีประโยชน์และนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

โดย Buzzebees จะมีการสร้าง list ที่น่าสนใจ และใส่ hashtag ที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับแคมเปญเข้าไป จากนั้นก็ค่อยๆ สะสมไว้ใน database เมื่อลูกค้าต้องการทำแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับคำไหน ก็จะสามารถเลือกเจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างเหมาะสมทันที เพราะการเก็บข้อมูลนั้น ต้องใช้เวลา เพื่อให้ข้อมูลที่ได้แม่นยำ จึงต้องเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้า

การแข่งขันในธุรกิจนี้ถือว่ายังไม่มีคู่แข่งโดยตรง เพราะ Buzzebees เป็นรายเดียวที่ทำแบบครบวงจร ถ้าแยกในแต่ละ segment ย่อมมีคู่แข่งเยอะมาก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ครบแบบนี้

“จุดที่เราชนะคู่แข่งคือเราทำทุกอย่าง เพราะคนเก่งระบบไอทีกว่าเรา เขาไม่สามารถทำการตลาดได้ ในขณะเดียวกัน คนที่เก่งการตลาดก็ไม่สามารถหาข้อมูลที่เหมาะสมจากฝ่าย IT ของเขามาต่อยอดได้เช่นกัน ทำให้ในวันนี้ Buzzebees ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่า”

เครื่องมือการตลาดในยุคนี้ถือว่ามีให้เลือกมากมาย หากสามารถนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมได้ก็จะเกิดประโยชน์และคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไป

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.