Huawei มองผู้เชี่ยวชาญ AI ขาดตลาด ส่งผลกระทบเศรษฐกิจในอนาคต

by | June 11, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

เรื่องของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มีความสนใจในหลายประเทศที่เตรียมเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพราะอาจช่วยเพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกให้เติบโตได้เกือบเท่าตัว หรือประมาณ 23 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2568จากมูลค่าราว 12.9 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 17.1 ของจีดีพีทั่วโลก ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ได้เพิกเฉยต่อเทรนด์ที่มีการเติบโตนี้

รายงานวิจัย Global Connectivity Index 2018 (GCI) ของหัวเว่ยได้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI อาจเป็นอุปสรรคขวางกั้นการเจริญเติบโตครั้งนี้  โดยมีการตรวจพบว่า หลายอุตสาหกรรมได้นำ AI มาผสมผสานกับเทคโนโลยีสำคัญต่างๆ ทั้ง Broadband, Data Center, Cloud, Big Dataและ IoT เพื่อปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงสื่อสารให้มีความอัจฉริยะ (Intelligent Connectivity) และเอื้อต่อนวัตกรรมต่างๆ ผลักดันให้เกิดคลื่นแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจลูกใหม่ 

องค์ประกอบ AI

การจะใช้เทคโนโลยี AI ในสเกลใหญ่ให้ได้ประสิทธิภาพดีนั้น ต้องมีความพร้อมในองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่

  • ศักยภาพในการประมวลผล
  • ดาต้าที่เป็นหมวดหมู่
  • อัลกอริธึ่ม

ปัจจุบันประเทศในกลุ่ม Frontrunner หรือประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดใน 3 กลุ่มประเทศ ตามรายงาน GCI นั้น พัฒนาแซงหน้าประเทศในกลุ่ม Adopter และกลุ่ม Starter ในทั้งสามองค์ประกอบ เนื่องจากประเทศกลุ่มนี้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีที่ล้ำหน้ามากกว่า

ทว่าปัญหาความท้าทายสำคัญก็คือการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา AI ซึ่งรัฐบาลประเทศต่างๆ จำต้องคิดทบทวนเรื่องระบบการศึกษาเสียใหม่ให้สอดคล้องกับสถานที่ทำงานในอนาคตที่จะถูกกำหนดโดย AI และเริ่มสร้างระบบนิเวศ AI แบบเปิดที่แข็งแกร่งและสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI ระดับสูงไว้

เมื่อ AI ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติจริงได้ ส่งผลให้ประเทศต่างๆ มีโอกาสใหม่ ๆ ด้านเศรษฐกิจรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชะงักงันในกลุ่ม Frontrunner หรือปัญหาทรัพยากรอันจำกัดของประเทศในกลุ่ม Starter 

ทคโนโลยี AI กำลังสร้างนิยามใหม่ที่จะระบุว่า การเชื่อมโยงสื่อสาร (Connectivity)” ควรมีลักษณะเช่นไร และหันเหความสนใจมาที่การเชื่อมโยงสื่อสารอัจฉริยะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกประเทศไขประตูไปสู่การเติบโตใหม่ๆ ได้

หากสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลวิจัย Global Connectivity Index 2018 ติดตามได้ที่  http://www.huawei.com/minisite/gci/en/

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.