สัมภาษณ์พิเศษ: น้อง “เนย ประมาณนั้นแหละ”.. จากคนธรรมดากลายมาเป็นบุคคลสาธารณะในยุคโซเชียลมีเดีย

by | October 9, 2012
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

เรามีโอกาสได้สนทนากับ “เนย ประมาณนั้นแหละ” เธอเป็นคนดัง ถูกพูดถึงเป็นชื่อแรกๆ เวลาที่พูดถึงผู้หญิงสวยๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต น้อง “เนย ประมาณนั้นแหละ” จริงๆ คือบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เป็น celeb ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมาก่อน แต่ปัจจุบัน Facebook ของเธอมีคนมาตาม?Subscribe ถึงสี่แสนกว่าคน สิ่งที่เธอพูดคุยบนFacebook ส่วนตัว?เผลอๆ อาจจะมากกว่าที่แบรนด์หนึ่งๆ ทุ่มงบประมาณเพื่อสื่อสารกับผู้คนบนโลกไซเบอร์เสียอีก

Editorial note:?บทความนี้คือบทความพิเศษที่เราเรียกว่า Guest Post จาก Kittipat M ซึ่ง เป็นนามปากกาของนักทำกลยุทธ์ด้านดิจิตอลของเอเยนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษา ความเป็นไปและปรากฏการณ์ของโลกสังคมออนไลน์ โดยส่งมาให้กองบรรณาธิการ thumbsup อัพโหลดขึ้นให้ชาว thumbsup อ่านโดยเฉพาะ สิ่งที่ Kittipat M เขียน ไม่สะท้อนแนวคิดของกองบรรณาธิการ thumbsup เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของ Kittipat M?

บทความนี้เป็นการสัมภาษณ์แบบ exclusive โดยถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งมี thumbsup เป็นผู้เผยแพร่เดียวที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ หากต้องการนำบทความไปใช้กรุณาให้เกียรติด้วยการอ้างอิงชื่อผู้เขียนและลิงก์ กลับมายังบทความต้นฉบับ

หลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบ หวังว่าจะมีคนเข้าใจเธอมากขึ้น ที่ผ่านมีคนมากมายที่รับรู้ตัวเธอทั้งในด้านดีและไม่ดี ทั้งจากเรื่องจริงและเรื่องที่ถูกปรุงแต่ง เรื่องราวของเธอได้ถูกปรุงแต่งโดยจินตนาการของใครอีกหลายคนที่สื่อสารกันในโลกไซเบอร์อันยุ่งเหยิงนี้??เธออาจะเป็นเจ้าหญิงผู้เลอโฉมหรือผู้ร้ายในสายตาของใคร เธอเป็นใคร แล้ววันดีคืนดีกลายมาเป็นบุคคลสาธารณะได้อย่างไร ลองติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ดูครับ

Kittipat M :?อยากให้น้อง “เนย ประมาณนั้นแหละ” แนะนำตัวเองสักนิดนึงก่อน
เนย 😕ชื่อเนยค่ะ ตอนเด็กๆ โตที่เมืองไทยแล้วย้ายไปเรียนต่อที่เนเธอร์แลนด์ เพราะคุณพ่อคุณแม่ทำงานที่นั่น อยู่ที่นั่นประมาณหกปี ก็เรียนทางด้านดีไซน์ไปด้วย แล้วก็ย้ายกลับมาทำงานที่เมืองไทย เนยโตมากับโซเชียล ช่วงที่อยู่ที่โน่นก็ติดแชท ติดการเขียนไดอารี่ เพราะตอนนั้นก็ติดต่อเพื่อนที่เมืองไทยไม่ได้เลย ก็เห็นว่ามีไดอารี่ออนไลน์ เราก็เข้าไปเขียนที่ yenta4 พูดถึงเรื่องราวประจำวันตอนอยู่ที่โน่น ก็เริ่มมีเพื่อนออนไลน์ตั้งแต่ตอนนั้น พอมา Hi5 Facebook ก็ติด Facebook มาก เพราะคิดถึงเมืองไทย

 

Kittipat M :?เป็นลูกครึ่งหรือเปล่า
เนย :?ไทยแท้ค่ะ

 

Kittipat M :?น้องเนยเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่ตอนที่ Facebook เปิดฟีเจอร์ Subscribe (ฟีเจอร์ที่อนุญาตให้ติดตามบุคคลที่สนใจโดยไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อน) ใหม่ๆ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2011 คิดว่าอะไรที่ทำให้คนมาติดตามเรามากๆ ตอนนั้นได้ไปทำอะไรหรือเปล่า
เนย :?ก่อนหน้านั้นก็มีคนมาขอเป็นเพื่อนเยอะอยู่แล้ว คิดว่าเพราะมีคนตามมาดูรูปของเรา ตอนนั้นมีเพื่อนประมาณสี่พันคน พอเห็นว่าช่วงนั้นมีฟีเจอร์ subscribe เราก็เปิดด้วย แต่ที่ตามมาเยอะจริงๆ คือมีอยู่ครั้งหนึ่งที่คลิปที่เราถ่ายเล่นแนวเซ็กซี่ๆ เกิดหลุดออกไป แค่สองชั่วโมงเท่านั้นก็ลบเพราะมีคนเตือนมาว่าคิดดีแล้วเหรอ โตขึ้นแล้วจะไม่สนุกอย่างนี้นะ เราก็เห็นด้วย แต่ก็ไม่ทัน ก็มีคนก็อปปี้ไปลงที่อื่น แล้วก็มีคนติดตามมาเรื่อยๆ แล้วคนก็เริ่มหาว่าใครคือเนย ประมาณนั้นแหละ

 

Kittipat M :?แล้วแฟนคลับช่วงแรกๆ ที่มา subscribe มายังไง
เนย :?ตอนแรกมีประมาณสองสามหมื่นคน แล้วมานหนึ่งมีคนทักว่าจะถึงแสนไหม เนยก็เลยตั้ง status เล่นๆ ไปว่า ถ้าถึงแสนจะเลี้ยงลูกชิ้น ?ก็ตลกมากไม่รู้คนมาจากไหน ขึ้นเร็วกว่าปรกติมากเลย และก็น่าจะเพราะมีกระแสดราม่าที่เกี่ยวกับตัวเนยด้วย ก็เลยมีคนเห็นเยอะ ?ตอนนั้นก็มีคนมาบอกว่าเห็นเนยอยู่ตรงแถบขวาที่ทาง Facebook ?recommend ตลอด ก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องเหล่านี้ล่ะมั้ง

 

Kittipat M :?คิดว่าอะไรที่ทำให้คนมาติดตามเรามากๆ
เนย 😕อันดับแรกคือรูป (แนวเซ็กซี่) แต่ที่จริงก็ไม่ได้ถ่ายเพื่อที่จะทำให้เพื่อนมากขึ้นหรือว่ามีคนมาติดตาม ไม่ได้อยากดังหรืออะไร แต่เพราะเนยเป็นแบบนี้มานานอยู่แล้ว อันดับสองก็คือ status ที่เราตั้ง เพราะเนยก็เป็นคนฮาๆ ตลกๆ อะไรที่ทำให้เราหัวเราะเราก็จะโพสต์ลงไป ก็มีคนติด คอยติดตาม

 

Kittipat M :?น้องเนยมีดราม่าพอสมควรบนอินเทอร์เน็ต อยากขอฟังสาเหตุที่คนเริ่มไม่ชอบเรา
เนย :?ตอนนั้นที่เนยชอบลงคลิปเล่นๆ ลงบน Facebook แล้วมีคนไม่ชอบเรา ก็มาว่าเรา ด้วยความที่เนยเป็นคนตรงๆ อยู่แล้ว ก็เลยทำคลิปวีดีโอโต้ตอบไปใน Facebook สิ่งที่เนยพูดไปก็ตรงไปตรงมา เราก็พูดแรงแต่ไม่หยาบ ก็ไม่คิดว่าจะมีคนก็อปปี้วีดีโอนั้นไปลง youtube แล้วเขียน description แรงๆ ทำทีเป็นว่าเป็นเนยที่เอาไปลงเอง ทั้งๆ ที่เนยไม่ได้เป็นคนเขียน แล้วก็ไม่เคยเสนอตัวเองในรูปแบบคำพูดแบบนั้น สรุปก็มีคนไม่ชอบ มาด่าเต็มเลยว่ามั่นใจมากนักเหรอ มี dislike แดงเป็นแถบ แล้วก็คำหยาบคายตามมาเต็มเลย หลังจากนั้นเนยก็พยายามที่จะไม่พูดอะไรมากอีก

 

Kittipat M :?เพราะขายความเซ็กซี่ด้วยใช่ไหม
เนย 😕เราไม่ได้ขาย แต่เขาคิดแบบนั้นเอง เนยเป็นตัวของตัวเองในการโพสต์แบบนี้อยู่แล้ว สนุกของเราคนเดียว เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ตอนยังไม่มีใครตาม พอมันโซเชียลมากขึ้น คนก็เข้ามาเอง

 

 

Kittipat M :?เหตุการณ์ดราม่าครั้งนั้นสอนอะไรเราบ้างเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์
เนย :?คงจะไม่ออกสื่อเวลาที่อยากจะเฉพาะกับใครคนใดคนหนึ่ง ก็มีคนที่เข้าใจเราและก็ไม่เข้าใจเรา คนที่ไม่ชอบก็จะมีปฏิกิริยาเยอะ ก็จะพยายามไม่ใช้วิดีโอมาออกอากาศเรื่องทำนองแบบนี้อีกแล้ว เพราะเรารู้ว่าตอนนี้มันไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคลแล้ว ไม่ใช่เหมือนแต่ก่อนที่เล่นกับเพื่อนเท่านั้น แต่ก็เรียนรู้อีกว่าเพื่อนๆ นี่แหละที่นำไปแชร์กระจายต่อไป ก็ในเมื่อเรา public แล้วก็คงไม่พยายามแรงๆ อีก

 

Kittipat M :?เพราะว่าเราเป็นคนดังของสังคมออนไลน์ด้วยหรือเปล่า
เนย :?อันนี้ยังไม่ได้คิดว่าเราเป็นคนของสังคมหรืออะไร ไม่ได้คิดว่าเราจะสำคัญอะไรขนาดนั้น

 

Kittipat M :?หลังจากที่คนเข้ามาตามเยอะๆ แล้ว เราโพสต์ภาพตามสไตล์เดิมของเราเหมือนก่อนหน้านี้หรือเปล่า
เนย :?อาจจะสุภาพกว่าเดิมด้วย หยาบคายน้อยลง เรียบร้อยกว่าเดิม แต่เนยคิดว่าเนยว่าไม่ได้คุยกับคนทั่วโลกหรือคนทั้งประเทศไทย เราก็เป็นตัวของตัวเองเหมือนเดิม เพียงแต่เบาลงหน่อย เรามีเพื่อนสนิทบนโซเชียล ?ก็ใช้ภาษามึงกูแบบที่เราคุยกับเพื่อน บางทีก็สงสัยว่าเวลาโพสต์ไปมีคนมาบอกว่าทำไมพูดหยาบคายจัง

 

Kittipat M :?เคยโดนด่าที่เจ็บมากที่สุด คำว่าอะไร
เนย :?ก็คงไม่มีที่สุด เพราะเนยโดนมาเยอะเหมือนกัน โดนจนชิน โดนทุกคำที่มีในประเทศไทย

 

Kittipat M?: ด้วยความที่เราโพสต์ภาพแนวเซ็กซี่ มีผู้ชายที่เข้ามามีทักหยาบๆ คายๆ หรือพูดไม่ดีบ้างไหม
เนย :?ช่วงแรกๆ ก็เจอแนวหื่นกามเยอะ ช่วงแรกๆ ใครทำอย่างนั้นก็ด่ากลับไปเหมือนกัน แต่พอทำอย่างนั้นก็ไม่จบ เพราะมันเหมือนว่าเขาได้ดัง ได้คุยกับเนย แต่ช่วงหลังๆ ก็ลบแล้วบล็อคไปเลย ก็เตือนไปถ้ามาทำอย่างนั้น ก็จะไม่มีโอกาสเห็นหน้าฉันอีก

 

Kittipat M :?อยากให้เล่าตัวตนของเนยจริงๆ กับตัวตนของเนยบน Facebook ว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
เนย :?ตัวจริงเป็นคนตลกเฮฮา แต่กับคนที่ไม่รู้จะเงียบๆ แต่ถ้าสนิทก็ร่ายยาวเลย ส่วนใน Facebook ก็เหมือนชีวิตเลย พูดอย่างไรก็อย่างนั้น แต่อย่างที่บอก หลังๆ นี่ก็เลยสุภาพมากขึ้นบน Facebook

 

Kittipat M :?มีคนตามขนาดนี้ ทำไม่ถึงไม่เปิด Fan Page ไปเลย
เนย :?เนยไม่ได้คิดว่าจะต้องมีแฟนคลับ ไม่ได้คิดว่าเราสำคัญขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้อยากสำคัญตัวเองด้วย

 

Kittipat M :?มีคนติดต่อให้โพสต์ลง Facebook เพื่อการโฆษณาบ้างไหม
เนย 😕ก็ตอนนี้มีคนต่องานแบบนี้มามากขึ้น เขาก็มองว่าเป็นช่องทางที่พูดคุยกับคนเป็นแสนได้ ?แต่ก็คิดว่าไม่ใช่งานที่เกิดจากฝีมือควาสามารถเราจริงๆ

 

Kittipat M :?คิดอย่างไรกับการมีคนมาขอให้โพสต์โฆษณาบน Facebook หลังจากที่ดังแล้ว
เนย :?ไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่รับทุกอัน ไม่ได้มอง ?Facebook เป็นช่องทางธุรกิจมากไปนัก เราไม่ค่อยรับ ไม่ชอบ เป็นอะไรที่ไม่เป็นตัวเอง ?ส่วนใหญ่จะดูรายละเอียดก่อน ต้องดูอะไรที่ไม่ไร้สาระมากไปด้วย ไม่ให้มันรก?Facebook เดือนไหนถ้าคิดว่าไม่รับก็ไม่รับแล้ว ถ้าอยากได้ก็รอเดือนหน้าแล้วกัน เนยมองว่าเราเหมือนหนังสือที่เอ็นเตอร์เทนคน เหมือนขายหัวเราะ เราชอบที่อัพ status ให้คนมาเอ็นจอยกับเรา การโฆษณามันเป็นอะไรที่เปลืองพื้นที่ ก็จะมองเหมือนที่เราไปตามเพจๆ นึงแล้วก็เจออะไรไม่รู้รก มีแต่โฆษณา มันไม่ใช่ตัวเราจริงๆ

 

Kittipat M :?มองเห็นเป็นช่องทางทำรายได้เป็นจริงเป็นจัง?
เนย :?ไม่เลย ไม่ได้อยากทำตัวให้ดังเพื่อดึงคนเยอะๆ มาแล้วโฆษณา เราไม่ได้อยากกระชากเรตติ้ง เราเป็นอย่างนี้ เราแค่ชอบที่จะอัพ status

 

Kittipat M :?มีคนที่ชอบและไม่ชอบเนย ?คนที่เขาชอบเนย เขาชอบน้องเนยที่ตรงไหน
เนย :?เคยตั้งบน Facebook?ถามเหมือนกัน ก็มีคนตอบว่าตอนแรกติดตาม Facebook?เธอเพราะรูปเธอนะ แต่หลังๆ มาเราชอบ status เธอแล้ว เราขาดไม่ได้ ต้องเข้ามาอ่านทุกวัน อ่านแล้วมันยิ้มได้ แล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราอยากปิด Facebook?มากเพราะมีแต่คนด่า ก็มีคนๆ หนึ่งเข้ามาบอกว่าอย่าปิดเลย ชีวิตเนยมีความสุขกับเมื่อเทียบกับตัวเขาแล้ว การอ่าน status ของเนยทำให้เหมือนว่าเขาไม่อยู่คนเดียว ทำให้เขายิ้มได้ ก็ทำให้รู้ว่ามีคนรักเราอยู่นะ

 

Kittipat M :?รู้สึกอย่างไรกับการที่เราเล่น Facebook?แล้วมีอิทธิพลต่อชีวิตคนอื่น เหมือนตัวอย่างที่เพิ่งพูดถึง
เนย :?ก็อาจเพราะเราชอบเอ็นเตอร์เทนคนอื่น ?ทำให้มีคนอยากมาอ่านของเรา มาเอ็นจอย เนยก็ทำได้แค่นี้

 

Kittipat M :?status ที่เป็นที่ยอดนิยมของเรา
เนย 😕?จำไม่ค่อยได้ ?โพสต์ทุกวัน เยอะมาก แต่อันที่เคยได้ไลค์เยอะที่สุดน่าจะประมาณหกพัน น่าจะเป็นเรื่องของกระแทกชีวิต ทำให้คนฮึดสู้ โพสต์แนวนี้แล้วคนจะชอบมากดไลค์

 

Kittipat M :?ชอบโพสต์อะไรใน?Facebook
เนย :?ก็โพสต์ตามช่วงเวลาของชีวิตเลย เวลาอินเลิฟก็โพสต์อะไรกุ๊กกิ๊ก เรื่องที่ฮาๆ ขำๆ แล้วก็เรื่องทั่วไปเรื่องที่คนอื่นเจอทุกวันเหมือนกันหมด อย่างเรื่องงาน

 

Kittipat M :?ทำไมถึงได้ไปออกปกนิตยสาร “ฮิกาซีน”
เนย :?อันนี้เป็นเรื่องบังเอิญตอนไปทำงานพอดี แล้วก็ได้เจอกับทีมงาน ก็เลยชวนมาถ่าย ?ตอนหลังก็ได้เขียนคอลัมน์ในฮิกาซีนด้วยเลยชื่อคอลัมน์ว่า “น้องเนยสอนหญิง” อยู่เบื้องหลังก็เคยช่วยจัดเล่มให้ฮิกาซีนด้วย นอกจากนั้นก็ช่วยคิดรายการ youtube ของฮิกาซีนที่กำลังจะเปิดตัว

 

 

Kittipat M :?แสดงว่าชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่า
เนย :?ก็ชอบทำงานที่เป็นฝีมือของตัวเอง ก็เคยโดนกระแสมาเยอะ อย่างตอนขายสบู่บน Facebook ก็มีกระแสมาบอกว่าเราเอาหน้าตามาขาย เราไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้ เราก็คิดอยากทำอะไรสักอย่างบ้างที่จะพิสูจน์ให้ดูว่าไม่ได้มาจากการใช้หน้าตาของตัวเอง อาจจะเป็น snack bar ซึ่งวันที่เปิดก็จะไม่โปรโมทใน Facebook เลย

 

Kittipat M :?เรื่องสบู่ก็มีคนพูดถึง อยากให้เล่าที่มาที่ไปของการเป็นคนขายสบู่
เนย :?ก็จริงๆ ไม่ได้คิดจะเอาอะไรมาขายออนไลน์อยู่แล้ว แต่วันหนึ่งก็มีคนมาถามว่าใช้อะไรหน้าใส เราก็บอกไป แต่มันไม่มีขายทั่วไป ถ้าอยากได้ก็จะสั่งมาให้ เริ่มจากเล็กๆ ตอนหลังก็มีคนมาขอสั่งเรื่อยๆ การเป็นช่องทางธุรกิจไปเอง มีลูกค้าประจำสั่งทุกเดือนก็มี

 

Kittipat M 😕เห็นมีไปเล่นมิวสิควีดีโอกับโจอี้ บอยด้วย
เนย :?จริงๆก็มีคนมาชวนไปเล่นละคร เล่นอะไรเยอะนะ แต่ก็ต้องปฏิเสธบอกว่าไม่ได้จริงๆ เพราะหนูไม่เหมือนในรูปนะ ใครบอกมาก็ปัดไป ไม่รับงานทีวี ทางพี่โจอี้เขาติดต่อมาเล่น MV ถามมาหลายครั้งมาก ก็เลยยอมก็ได้แต่ขอออกแปบเดียว ก็คุยกันว่าเป็นซีนตัดต่อโฟโต้ช็อปรูปตัวเองไปแล้วกัน เขาก็ให้เลือกมุมที่เรามั่นใจมากที่สุด ใช้แต่งหน้าช่วย 55

 

Kittipat M :?ยอมรับไหมว่าเราโฟโต้ช็อปรูปตัวเอง
เนย 😕?ยอมรับ แต่ก็ออกคลิปให้เห็นหน้าสดๆ เรื่อยๆ แต่คนที่ไม่ชอบก็ยังไม่พอใจ ก็เลย ไม่อะไรมาก แล้วแต่เขาจะคิด

 

Kittipat M :?คำถามสำคัญ ทำไมต้องประมาณนั้นแหละ
เนย 😕อันนี้ง่ายมาก ตอนสมัคร Facebook ตอนแรกเขาก็ให้เขียนชื่อจริงกับนามสกุล ก็คิดว่าทำไมต้องให้ใครมารู้ชื่อจริงเราด้วย ก็เลยใช้ชื่อ เนย สั้นๆ ส่วนนามสกุลก็ไม่บอกไง ก็ประมาณนั้นแหละ ตัวเราก็ชอบพูดคำว่าประมาณนั้นแหละๆ ด้วยก็เลยเอามาใช้เป็นชื่อเลย

 

Kittipat M :?ชีวิตจริงเดินไปไหนมาไหนแล้วมีใครทักบ้างไหม
เนย 😕มี มีคนจำได้เยอะมาก ปกติก็เดินทางโดย BTS บ่อย ไปเดินจตุจักร ก็มีคนมาทักว่าใช่เนยหรือเปล่า ก็มาขอถ่ายรูป ตอนนี้ก็ใส่แว่นหมวกใส่แว่นดำบ้าง ไม่ได้เป็นเหมือนดารานะ แต่ไม่อยากให้คนมาเห็นหน้าจริงๆ ของเรา 55

 

Kittipat M :?เรื่องที่ขำที่สุดตั้งแต่มีคนรู้จัก
เนย 😕มีอยู่ครั้งนึงที่สยาม ที่ร้านหนังสือ ตอนนั้นปกนิตยสารฮิกาซีนเป็นรูปเนย ก็มีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาหยิบ เราก็อยู่ข้างหลังเขา เค้าก็ไม่เห็นเราแล้วก็พูดกันเองแบบว่า “หืม..นี่มันใช่อีเนย (เน้นเสียง) หรือเปล่าเนี่ย อีเนยไงๆ” อีกคนก็ตอบว่า “…อืมกูว่าใช่ อีเนยไง อีเนยๆ” ?พอได้ยินคำว่าอีเนยเยอะ เราก็เลยสะกิดพอเขาหันหลังมาก็บอกว่า “แล้วใช่หรือเปล่าคะ..” เค้าก็เหวอแล้วเดินไป เราก็ฮา

 

Kittipat M :?มีโพสต์อะไรที่ไม่เปิดเผยให้คนภายนอกรู้บ้าง (ที่ไม่ได้ตั้งเป็นสเตตัส Public) เวลาโพสต์บน Wall
เนย :?ก็มีหมวดทะเลาะกับแฟน ที่ไม่ให้คนรู้ 55 ?เพราะสมัยก่อนเราก็โพสต์ระบายอารมณ์ ที่เหลือก็เปิดเผยหมด

 

Kittipat M :?อยู่ๆ วันหนึ่งหากต้องปิด Facebook ไป อยากจะบอกอะไรคนที่มาติดตามสี่แสนคนเป็นครั้งสุดท้าย
เนย 😕“อยากขอบใจที่เคยรักฉัน…ที่เคยร่วมทางกันมา” 55 ก็จะพยายามทำให้ทุกคนยิ้มต่อไปหัวเราะต่อไปแล้วกันไม่ว่าทางไหนก็ตาม ยังไงเราก็ขาดอินเทอร์เน็ตไม่ได้

 

Kittipat M 😕เห็นว่าสามารถพูดภาษา Dutch (เนเธอร์แลนด์) ได้ อยากพูดอะไรกับแฟนๆเป็นภาษา Dutch ครับ
เนย :?”aangenaam” กับ “Ik hoop dat jullie me leuk vindt”

 

Kittipat M 😕สองคำนี้ความหมายว่าอย่างไรครับ
เนย :?”ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” กับ “ฉันหวังว่าพวกคุณคงชอบฉันนะคะ” ?:)

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters

48 thoughts on “สัมภาษณ์พิเศษ: น้อง “เนย ประมาณนั้นแหละ”.. จากคนธรรมดากลายมาเป็นบุคคลสาธารณะในยุคโซเชียลมีเดีย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.