สัมภาษณ์พิเศษ : OpenDoor Startup ผู้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้หญิงให้ดีขึ้น

by | December 19, 2012
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

health_clearbg

พบกันอีกครั้งกับบทสัมภาษณ์ Startup ในต่างประเทศที่น่าสนใจ โดยวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ Loring Harkness จาก Newton Circus ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความชำนาญการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม

โครงการที่จะนำมาคุยกันในวันนี้คือ openDOOR ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มผู้หญิงที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงความรู้

thumbsup: ช่วยเล่าถึงบริการ openDOOR ให้ฟังหน่อย มีความคิดริเริ่มมาจากไหน และอะไรเป็นแรงบันดาลใจที่สร้างบริการนี้ขึ้นมา
Loring: openDOOR เป็นแพลตฟอร์มทางด้านการศึกษาและการทำงานในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับผู้หญิงที่ขาดโอกาส โดยเข้าไปช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟรีคอนเทนต์ทางด้านการศึกษาที่หลากหลายได้ตามต้องการ

openDOOR เปิดโอกาสให้พวกเธอเข้าถึงความรู้และทักษะในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น ทักษะทางด้านชีวิต ศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม (รวมถึงภาษาต่างประเทศ) ธุรกิจ สุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถของตนเองได้โดยการเลือกบทเรียนที่ตนเองสนใจมากที่สุด

นอกจากนี้ยังช่วยผู้ใช้ให้มีโอกาสสร้างรายได้เสริมโดยการทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในการหาเงินบนโลกดิจิตอล งานดังกล่าวถูกจัดหาโดยบริษัทข้ามชาติ ทาง openDOOR ?รับงานมาและซอยงานดังกล่าวเป็นงานย่อยๆ? ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำได้ งานเล็กๆ น้อยๆ นี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญเท่าไหร่และสามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ละงานจะมีการจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กๆ น้อยๆ ให้

โดยเฉลี่ยอาจจะได้รับรายได้ระหว่าง 2 ?- 5 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ/ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเนื้องานและระดับทักษะความสามารถ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ พวกเธออาจจะได้รายได้ดังกล่าว ระหว่างทำงานที่บ้าน ?นั่งอยู่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือบางครั้งจากการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือของพวกเธอเอง

หลักการของ openDOOR และความมุ่งมั่นของพวกเราที่ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา ก็เพราะเราตระหนักถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งทรงพลังอย่างใหญ่หลวง แต่โอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและงานดีๆ นั้นกลับถูกจำกัด

openDOOR จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยทำให้ผู้หญิงที่ขาดโอกาสเหล่านั้นสามารถเข้าถึงทั้งการศึกษาและงานได้ง่ายขึ้นผ่านทางแพลตฟอร์มของเราและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นตามไปด้วย

thumbsup: คุณมีแผนกลยุทธ์อย่างไร ที่จะสร้างให้แพลตฟอร์มนี้อยู่ได้อย่างยั่งยืน?และอะไรเป็นคุณสมบัติที่แตกต่างจากรายอื่น
Loring:?openDOOR แตกต่างจากแพลตฟอร์มทางการศึกษาแบบดิจิตอลที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายรายอื่น เช่น Khan Academy และ Coursera ในสามข้อด้วยกัน

  • คอนเทนต์ทางการศึกษา-ของเรามีทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ผ่านโปรแกรมที่เชื่อมโยงกัน หลายคนอาจสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แค่ในที่ทำงานหรือโรงเรียน แต่ก็ยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์ openDOOR ระหว่างวันและกลับไปเปิดดูที่บ้านโดยเไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเวลากลางคืนก็ได้
  • เราใช้แนวคิดของ Gamification มาใช้?ซึ่งผู้ใช้จะได้รับแต้มสำหรับทุกบทความที่พวกเขาได้อ่านหรือวิดีโอที่พวกเขาได้ดู แต้มเหล่านี้สามารถนำไปแลกรางวัล เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ตั๋วชมภาพยนต์ ส่วนลดสำหรับชั้นเรียนปกติ เป็นต้น
  • คอนเทนต์ด้านการศึกษาจะหลากหลายกว่าหัวข้อการศึกษาแบบเดิมๆ ซึ่งมีด้านมนุษย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน แต่มันยังรวมถึงหัวข้อที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อย่างเช่น ทักษะการสัมภาษณ์งาน ความปลอดภัยในโซเชียลเน็ตเวิร์ค การป้องกันเชื้อ HIV และเชื้อโรคอื่นๆ เป็นต้น

openDOOR เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงงานเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ในรูปแบบการรับงานแบบ outsource คล้ายๆ กับ Mechanical Turk ของAmazon งานดังกล่าวมีตลอด 24 ?ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ สามารถทำได้ในเวลาว่าง เช่น ระหว่างเรียนหรือหลังเลิกงาน และงานหลายๆ งานใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีในการทำให้เสร็จ นอกเหนือกว่านั้น การศึกษาและการทำงานยังผูกไปด้วยกัน ผู้ใช้สามารถศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น เพื่อรับงานที่มีความซับซ้อนและได้ค่าแรงที่สูงขึ้น

Screen Shot 2555-12-19 at 1.53.33 AM

Screen Shot 2555-12-19 at 1.53.42 AM

thumbsup: ช่วยเหล่าถึงรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายในเชิงลึกหน่อย
Loring: openDOOR ถูกออกแบบสำหรับผู้หญิงที่ขาดโอกาส โดยมี Profile ดังนี้

  • 80% ผู้หญิง / 20% ผู้ชาย
  • อายุระหว่าง 18 – 40 ปี
  • อาศัยในเขตเมือง / เขตชานเมือง
  • การศึกษา: มัธยมปลายสายอาชีพ
  • ภาษา: ท้องถิ่น + คล่องในการอ่าน เขียนภาษาอังกฤษ
  • คอมพิวเตอร์: ?ใช้อีเมล, facebook, เปิดเว็บไซต์ได้, ใช้ MS Office เป็นบ้าง
  • ไม่จำเป็นต้องมีประวัติการทำงานมาก่อน (นักเรียน, นักศึกษาจบใหม่, ชนชั้นแรงงาน, แอ๊ดมิน, สายพยาบาล เป็นต้น)
  • ค่าแรงที่ได้ในปัจจุบัน: ประมาณ 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้ปฏิเสธคนที่ไม่ตรงกับคุณสมบัติดังกล่าว

thumbsup: รายได้ของคุณมาจากช่องทางไหน มีโมเดลธุรกิจอย่างไรบ้าง
Loring: รายได้หลักสองอย่างของเรามาจากการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มทางการศึกษาและค่าคอมมิชชั่นจากงานบนแพลตฟอร์มนี้

thumbsup: โครงการนี้ฟังแล้วน่าสนใจมาก คิดจะเปิดตัวเมื่อไหร่
Loring: openDOOR จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2013 นี้แล้ว

ที่ผ่านมาได้ทดลองโปรแกรมในประเทศพม่า มียอดนักเรียนและครูมากกว่า 100 คนจาก 4 โรงเรียนที่ได้ใช้ โดยในช่วง 5 สัปดาห์ กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม เกือบ 70% ของนักเรียนได้ใช้ openDOOR 4 session หรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์ session หนึ่งมีการใช้งานโดยเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมง?? นักเรียนเหล่านั้นได้ให้คำแนะนำที่มีค่าเป็นอย่างมากสำหรับการพัฒนาซึ่งได้รวมอยู่ในเวอร์ชั่นล่าสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

thumbsup: ช่วยเล่าแผนในการเปิดตัวในประเทศต่างๆ
Loring: openDOOR จะเปิดตัวในประเทศไทย พม่า อินโดนีเซียและสิงคโปร์ในช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2013 ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศ เราคาดว่าจะมียอดผู้ใช้งาน 50,000 คนใน 3 ตลาดใหญ่ และ10,000 คนในสิงคโปร์ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้เราจะจับมือกับองค์กรท้องถิ่นและนานาชาติที่ปัจจุบันสนับสนุนและช่วยเหลือหญิงเหล่านั้นอยู่แล้ว

thumbsup: คุณช่วยบอกเล่าถึงที่มาของแหล่งเงินทุนให้ฟังหน่อย
Loring: openDOOR เป็นบริษัทร่วมลงทุนของ Newton Circus Pte Ltd และอีกไม่นานจะแยกตัวบริษัทออกมา มีโครงสร้างการจัดการเป็นของตัวเอง เรากำลังมองหานักลงทุนและยินดีที่จะพูดคุยกับกลุ่มนักลงทุนที่สนใจในบริษัทเราด้วยเช่นกัน

thumbsup: คุณมีอะไรที่อยากแบ่งปันให้กับ startup ไทยบ้างเอ่ย
Loring: เรากำลังมองหาพาร์ทเนอร์ในไทยอยู่ ถ้าใครมีไอเดียที่น่าสนใจสำหรับคอนเทนต์ด้านการศึกษา หรือเป็นองค์กรที่สนับสนุนและช่วยเหลือหญิงผู้ขาดโอกาสเหล่านั้นติดต่อเรามาได้เลย

website: www.opendoorhub.com
email: hello@opendoorhub.com
Facebook: www.facebook.com/opendoorhub
Twitter:?@opendoorhub

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น โดยอาศัยศักยภาพของโลกอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยผลักดัน

แม้ตัวแพลตฟอร์มเองไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่การดึงเอาโลกการศึกษาแบบดิจิตอลมาผูกกับการหารายได้เสริมด้วยแนวคิด crowd-sourcing กลับเป็นไอเดียที่ไปกันได้ (ปกติเรามักเห็น 2 รูปแบบแยกกัน) โดยเห็นได้ชัดจากประโยคนี้ ?ผู้ใช้สามารถศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น เพื่อรับงานที่มีความซับซ้อนและได้ค่าแรงที่สูงขึ้น??

ในขณะที่ฟากของธุรกิจมีกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ที่ชัดเจนมาก ทำให้รู้ว่าถ้าจะหาพาร์ทเนอร์ต่อยอดนั้นควรไปในทิศทางใด ซึ่งหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจนี้ก็คือพาร์ทเนอร์ที่จะมาร่วมสร้างคอนเทนต์ และองค์กรที่ช่วยสนับสนุนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพราะเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดนี้แต่อย่างใด

thumbsup จะคอยติดตามข่าวคราวของโครงการนี้หลังจากมาเปิดตัวในไทย และนำมาอัพเดตให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน

Involving with direct experience and competency in Telecommunication industry on both sides of operators and foreign suppliers for more than decade long. The former Engineer turned to Product Development and Marketing in charge of Value Added Services on 3G network. She has been frequently invited as special speaker by various institutions and organizations, as well as has written many academic articles for the topics of Telecom Industry, Mobile Marketing and Startup Scene.

One thought on “สัมภาษณ์พิเศษ : OpenDoor Startup ผู้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้หญิงให้ดีขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.