Apple เปิดตัว iPhone 5c, iPhone 5s ที่มาพร้อมกับ iOS 7

by | September 11, 2013
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

liveblog

Apple Special Event 2013 งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าจากค่าย Apple ก็มาถึงอีกครั้งหนึ่ง กับผลิตภัณฑ์ที่หลายๆ คนรอคอยนั่นคือ iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกมาแทนที่ iPhone 5

เป็นธรรมเนียมตามปกติที่ทางค่าย Apple จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อออกมาขายในช่วงก่อนปีใหม่นี้ และนี่ก็คือรายละเอียดของงานทั้งหมดที่เอามาให้ได้อ่านกันครับ

LB_7756LB_7787
LB_7773LB_7768

เริ่มงานด้วยการทักทายไปยังเมืองอื่น ๆ ที่มีการถ่ายทอด Keynote ไปให้กับสื่อใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ เบอร์ลิน เยอรมัน, ปักกิ่ง จีน และโตเกียว ญี่ปุ่น แต่ไม่มีการถ่ายทอดสดให้คนทั่วไปได้ดูกันนะครับ จากนั้นถึงเทศกาลดนตรี iTunes Festival ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 7 แล้ว โดยมีผู้ที่ชมการถ่ายทอดแบบ Streaming กว่า 100 ประเทศ ผ่านอุปกรณ์จากทาง Apple สำหรับงานนี้ใครที่ได้ติดตามก็จะรู้ว่าถือเป็นงานใหญ่พอสมควรที่รวบรวมศิลปินดังๆ มาแสดงกันสดๆ ครับ

LB_7824

ต่อมามีการอัพเดทเรื่องร้าน Apple Store ทาง Apple มีแผนจะเพิ่มสาขาที่อยู่นอกสหรัฐฯ ให้มากขึ้น (ซึ่งน่าจะมีไทยในเร็ว ๆ วันนี้) โดยพูดถึงสาขา The Stanford ในเมือง California ที่มีขนาดเล็กแต่ผ่านการรองรับลูกค้ามากกว่า 5 ล้านรายแล้ว โดยจะมีการปรับปรุงร้านให้สวยงามและใหญ่ขึ้น และมีการแยกเป็น 2 ห้องได้แก่ ห้องสำหรับขาย และห้องสำหรับการให้บริการ

จากนั้น Tim เริ่มพูดเกริ่นเรื่อง iOS 7 ว่าเดือนนี้ทีมกำลังเร่งพัฒนาให้ iOS 7 เสร็จสมบูรณ์ และบอกว่าเดือนหน้า (ตุลาคม) จะมีอุปกรณ์ iOS ถูกส่งออกมาเพื่อขายกว่า 700 ล้านเครื่อง!

LB_7851LB_7861

ต่อมา Tim ได้ส่งไม้ต่อให้กับ Craig Federighi ผู้ที่สร้างความฮือฮาในการ Keynote เมื่องาน WWDC 2013 ครั้งล่าสุด โดยมาพูดถึงภาพรวมของ iOS 7 ระบบปฏิบัติการณ์ล่าสุดของ Apple ที่ถูกเปิดตัวไปเมื่อครั้งที่แล้วและตอนนี้เปิดให้นักพัฒนาได้ทดสอบให้ใช้งานกัน โดยในช่วงนี้เป็นการทบทวนความสามารถของ iOS 7 ที่เปลี่ยนหน้าตาใหม่หมด ยังมีความสามารถอื่น ๆ ด้วย (อ่านงาน WWDC 2013 ได้ที่นี่ครับ)

LB_7866LB_7878

Notification Center และ Control Center ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาความสามารถของ Siri ที่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยมีการยกตัวอย่างด้วยการสั่งค้นหาข้อความทวีตซึ่งสามารถหาได้อย่างง่ายดาย (ต้องยอมรับว่าหลายอย่างบน iOS 7 ถูกปรับปรุงมาให้ถูกจริตการใช้งานมากขึ้น แม้จะโดนคำครหาว่าลอกแอนดรอยด์มาก็ตามที)

LB_7891LB_7893

ด้านการถ่ายรูปและการจัดการรูปที่ทำออกมาให้ใช้งานง่ายขึ้น ซึ่งใครที่ได้ใช้งานในช่วงการทดสอบนี้ก็จะพบว่ามันเป็นเรื่องจริงครับ

LB_7929LB_7924

iOS 7 จะเปิดให้ใช้งานและอัพเดทอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายนนี้ โดยอุปกรณ์ที่สามารถจะอัพเดทได้ก็คือ iPhone ตั้งแต่ iPhone 4 ขึ้นไป, iPad 2 จนถึงรุ่นล่าสุด, iPad mini และ iPod Touch รุ่นที่ 5

LB_7958

Tim กลับมาด้วยการพูดถึงซอฟท์แวร์ของ Apple ที่มีมาให้ใช้อย่างนมนานนั่นคือตระกูล iWork ได้แก่ Keynote, Pages และ Numbers รวมทั้ง iLife ได้แก่ iPhoto และ iMovie โดยประกาศออกมาว่าจะแจกฟรีให้กับผู้ใช้งานที่ซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งราคาของแอพเหล่านี้จะอยู่ที่แอพละ 4.99 และ 9.99 เหรียญสหรัฐฯ ส่วนคนใช้เครื่องเก่าๆ ก็ยังคงต้องเสียเงินเหมือนเดิม

สำหรับการบ่งบอกว่าจะได้รับแอพตระกูล iWork และ iLife มาใช้งานฟรี ๆ ทาง Apple จะวัดกันด้วยการ Activate เครื่อง โดยเครื่องที่ activate หลังวันที่ 1 กันยายนจะได้รับสิทธิ์การโหลดฟรีโดยอัตโนมัติครับ

LB_7986LB_7993

ต่อมาเป็นเรื่องที่หลายคนรอคอยกับ iPhone ตัวใหม่ที่จะมาแทนที่ iPhone 5 ของใครหลายๆ คนที่ตกรุ่นไปพร้อมกับผม (ฮา) โดยมีการเกริ่นก่อนว่ายอดขายยิ่งรุ่นใหม่ๆ ยิ่งมียอดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ (กราฟสวยมาก) และเริ่มเกริ่นเข้าว่าก่อนหน้านี้เราใช้วิธีการลดราคา iPhone รุ่นเก่าพร้อมกับเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แต่ในครั้งนี้เราไม่ทำอย่างนั้นแล้ว พร้อมกับ Keynote ที่เป็นรูป iPhone 2 ตัว ก่อนที่จะส่งเวทีให้กับ Phil Schiller ได้ขึ้นมาแนะนำ

LB_7999LB_8018

ตัวแรกที่ถูกแนะนำก็คือ iPhone 5c ซึ่งมีสีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ เขียว(ปรี๊ดมาก), ขาว, ฟ้า, ชมพู และเหลือง โดยลักษณะจะเหมือนการเอา iPhone 5 มาถอดออกแล้วใส่ฝาหลังสีสันสวยสดใสไปแทน

LB_8031LB_8044

และด้านหลังนั้นจะใช้วัสดุที่เรียกว่า hard-coated polycarbonate ที่ Phil บอกว่าทนทานไม่ก๋องแก๋ง และมาพร้อมกับเคสรูพรุนที่ทำจากยาง โดยขายแยกต่างหาก ราคา 29 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 900 บาท (ซึ่งแพงครับ!)

LB_8055LB_8059

Spec โดยรวมแล้วแทบจะเหมือนกับ iPhone 5 จริงๆ โดยมีข้อแตกต่างอยู่ที่การใส่ iOS 7 มาให้เลย และมีแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มมากขึ้นครับ

LB_8073LB_8081

ราคาที่วางขายที่สหรัฐฯ จะอยู่ที่ 99 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับความจุ 16GB และ 199 เหรียญสหรัฐฯ สำหรัความจุ 32GB โดยราคานี้เป็นแบบติดสัญญา 2 ปีนะครับ

และนี่คือ iPhone 5c  ที่เขาบอกว่า c มาจาก Cheap หรือ Color …หรือจะเป็น Candy Crush หนอ (ฮา)

iPhone ตัวต่อไปคือ iPhone 5s…

LB_8191LB_8179

มีการเปิดตัวสีใหม่ล่าสุด นั่นคือสีทอง ส่วนสีดำที่เคยถูกเรียกใน iPhone 5 ก็ถูกเรียกชื่อใหม่เป็น Space Gray

LB_8208

มี 3 สิ่งที่ถูกนำมาพูดถึง ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายหลักของ iPhone 5S เลยได้แก่ CPU รุ่นใหม่ล่าสุด A7 ที่ใช้สถาปัตยกรรมในการออกแบบ 64-bit ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกและตัวเดียวของโลกในตอนนี้ที่ใช้สถาปัตยกรรมนี้

LB_8222LB_8228

ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าสูงขึ้นกว่าเดิม โดยเทียบกับ iPhone รุ่นแรก CPU ดีขึ้นกว่าเดิม 40 เท่า และด้านกราฟฟิคเร็วขึ้นกว่าเดิม 56 เท่า

LB_8304LB_8311

นอกจาก A7 แล้ว ยังมีอีก Chipset นึงที่ทำออกมาเพื่อทำงานร่วมกัน มีชื่อเรียกว่า M7 โดยทำออกมาเพื่อรองรับการจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งก็สนับสนุนเทรนด์ที่เกี่ยวกับสุขภาพที่มีอุปกรณ์และแอพออกมาอย่างมากมายในปัจจุบัน

LB_8319

ถึงแม้อะไรก็ตามจะดูใช้ทรัพยากรสูงมาก ทั้ง CPU และ M7 แต่เรื่องแบตเตอรี่นั้นทาง Phil บอกว่าดีกว่า iPhone 5 ซึ่งเมื่อมีการใช้งานจริงก็ต้องมาดูกันอีกที

อย่างต่อมาคือเรื่องกล้อง ซึ่งมีข่าวลืออย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดของภาพที่น่าจะออกมาเกิน 10 ล้านพิกเซลและอื่นๆ

LB_8343LB_8353

สิ่งแรกที่มีการปรับปรุงคือ ขนาดรูรับแสง ซึ่งจากเดิมเป็น f2.4 ใน iPhone 5s เป็น f2.2 (ยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะยิ่งจะช่วยให้ถ่ายภาพในแสงน้อย) และมีการเพิ่มขนาดของ Pixel ให้ใหญ่ขึ้น โดย Phil บอกว่ามันจะทำให้ภาพสวยขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวน Pixels ให้เยอะขึ้น รวมทั้งในตัวแอพ Camera ที่มากับ iOS 7 จะมีการตั้งค่า white balance, exposure, auto fucus ทั้งหมด 15 ส่วนของภาพอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การถ่ายภาพและภาพนั้นดีขึ้น

LB_8357

และสามารถถ่ายภาพรัว ๆ และเลือกภาพที่ชัดที่สุดและดีที่สุดมาให้ด้วย

LB_8364LB_8362

เรื่อง Flash ที่มีการเพิ่มเป็น 2 ดวง โดยสีนึงจะเป็นสีขาวให้โทนเย็นและสีเหลืองให้โทนอุ่น โดยเมื่อถ่ายแล้วจะมีการปรับสีของแฟลชให้เหมาะสม ซึ่งสามารถจะเกิดลักษณะการผสมกันของแสงได้มากกว่า 1,000 รูปแบบ

LB_8376LB_8381

การสนับสนุนการถ่ายภาพยังมีการกันสั่นแบบอัตโนมัติ (image stabilization) และการถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 10 รูปต่อวินาที โดยตัวแอพจะช่วยเลือกว่าภาพใดดีที่สุดให้อีกด้วย

LB_8385LB_8387

และวิดิโอ ถ่ายได้ด้วยความละเอียด 720p 120 Frame per second ซึ่งสามารถทำให้เราถ่ายรูปในรูปแบบ Slo-mo หรือจับภาพการเคลื่อนไหวทีละเฟรมได้จำนวนภาพเยอะขึ้น

LB_8424LB_8438

เรื่องที่ 3 เป็นเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติแล้วเพื่อความปลอดภัยก็จะมีการตั้งรหัสผ่าน Passcode แต่สำหรับบน iPhone 5s แล้ว เลยคุณสมบัติล่าสุดนั่นคือ Touch ID หรือระบบตรวจสอบด้วยการใช้ลายนิ้วมือมาช่วย ซึ่งเป็นการทำฮาร์ดแวร์ขึ้นมาฝังที่ตรงตำแหน่งปุ่ม Home เลย โดยทาง Phil บอกว่าปุ่มนี้จะมีความทนทาง ไม่ลอกง่ายเพราะทำจากกระจก Sapphire

LB_8448LB_8465

โดยหากเปิดใช้งาน Touch ID แล้วจะสามารถปลดล็อคเครื่อง และทดแทนการกรอก password เพื่อซื้อแอพบน App Store และ iTunes Store ไปเลย (ซึ่งเป็นปัญหากับทุกคนจริงๆ ) และหลายคนคงกังวัลว่า ลายนิ้วมือของเราจะถูกเก็บบันทึกขึ้นไปบน iCloud หรือไม่ คำตอบที่ทาง Phil บอกนั่นคือ จะไม่มีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ครับ สบายใจได้

LB_8482

ทั้ง 3 สิ่งนี้คือสิ่งที่จะอยู่บน iPhone 5s ครับ

LB_8497LB_8504

สำหรับการวางขายนั้น จะมี 9 ประเทศที่เริ่มได้จองก่อนในวันศุกร์ 13 นี้ สำหรับ iPhone 5c (เลือกวันจองได้ไม่เกรงกลัวอะไร) และเริ่มรับของได้จริงวันที่ 20 กันยายน ส่วน iPhone 5s นั้นเริ่มสั่งของได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไป โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะเริ่มเปิดตัวในเมืองจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ถือเป็นการบุกตลาดจีนสำหรับ Apple อย่างเป็นทางการ รวมทั้งในญี่ปุ่นค่ายใหญ่ทั้ง 3 ค่ายอย่าง Softbank, KDDI, and NTT DoCoMo และจะวางขาย 100 ประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้

iPhone 5 ที่หายไปจากตลาด

LB_8492

การมาของ iPhone 5c และ 5s ทำให้ iPhone 5 ตกรุ่นและเลือกทำการผลิตไปโดยปริยาย เนื่องจากการทับซ้อนกันเองของตลาด แต่ iPhone 4S นั้นยังคงมีขายตามปกติครับ โดยราคาใน Apple Store Thai อยู่ที่ 14,900 ขนาด 8GB

แล้วราคา iPhone 5c และ 5s ในเมืองไทยหล่ะ

ในวันที่เปิดตัวนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนนะครับ แต่โดยปกติแล้วราคาที่สามารถอ้างอิงได้ใกล้เคียงที่สุดคือราคาเครื่องจากประเทศฮ่องกง โดยมีราคาแต่ละรุ่นและขนาดดังนี้

iphone5c-5s-price

โดยมาดู iPhone 5s ก่อนนะครับ ถ้าเทียบกับราคาปัจจุบันที่ค่ายมือถือในไทยยังคงมีอยู่ ก็ถือว่าไม่ต่างจากเดิมนัก ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมของ Apple อยู่แล้วว่าออกรุ่นใหม่แล้ว ราคาต้องเท่าเดิม…

iphone5-true

ที่มา http://truemoveh.truecorp.co.th/product/detail/447/iPhone_5#promotion

ส่วน iPhone 5c ที่มีเสียงบ่นกันในระหว่างการ Keynote ว่าราคาไม่ถูกสมกับชื่อ (ที่ติ๊ต่างกันไปเองว่า C มาจาก Cheap) และมีข่าวลือจากสื่อหลายสื่อ รวมทั้งสื่อหลักที่ออกมาอ้างอิงว่าจะมีราคาตั้งแต่หลักพัน ถึงหมื่นต้นๆ แต่พอออกมาจริง ๆ แล้วก็มีราคาถึง 20,000 บาท

อย่าลืมว่า iPhone 5c ที่ออกมานี่ก็คือทุกอย่างเหมือนกับ iPhone 5 ที่ตกรุ่นไปแล้ว ดังนั้นการตั้งราคาก็จะออกมาในสไตล์เดียวกับตอนที่ iPhone 5 ออกมาใหม่ๆ แล้ว iPhone 4S ก็ขยับราคาลงมานิดหน่อย ดังนั้น ราคาของ iPhone 5c ที่ถูกตั้งขึ้นมาก็ใกล้เคียงกับที่ Apple เคยทำมาครับ

หมดความว้าว?

เป็นคำถามที่ใครหลายคนคงพูดในใจว่า อะไรกัน ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นแล้วเหรอ? นวัตกรรมใหม่ ๆ หล่ะ?

ผมก็คงตอบได้ว่า Touch ID คือคำตอบนึงครับที่เป็นอะไรใหม่ในงานนี้ ส่วนอย่างอื่นเราว้าวไปหมดแล้วในงาน WWDC 2013 เพราะเป็นการเปิดตัว iOS 7 ส่วนสิ่งที่ทำให้หมดว้าวก็คือข่าวภาพหลุดที่ประดังประเดเข้ามาไม่ขาดสาย จนเมื่อถึงวันงานพอเราเห็นภาพ เราก็บอกแต่ว่า เห็นม่ะ ตามภาพหลุดเลย…

ผมชอบงานครั้งที่แล้วครับว่า การเปิดตัว MacPro ทำให้คนว้าวแบบขั้นสุดจริง ๆ เพราะทุกอย่างทำที่อเมริกา ภาพที่หลุดออกมาก็แทบเป็นศูนย์ เจอกันในงานรอบเดียว ว้าวกันไปเลย…

ถ้าอยากให้ว้าว iPhone ทั้งหมดคงต้องไปผลิตในประเทศที่ไม่ใช่จีนครับ รับรองว้าวแน่นอน (ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้อีกนั่นแหละ)

…………………………………………………………….

จบแล้วสำหรับงาน Special Event 2013 ที่เปิดตัวสินค้าตามที่ข่าวหลุดมาแทบจะทั้งหมด ทั้งนี้ก็ยังเหลือสินค้าตระกูล iPad นี่รอจ่อคิวออกช่วงปลายปีนี้ แล้วเราจะมาติดตามต่อกันครับว่าจะเข้ามาขายในเมืองไทยเมื่อไหร่

หยอดกระปุกกันครับ…

ที่มา: The Verge Live Blog

Bank - Editor-in-Chief, ex-Content Manager, ex-Software Tester, Apple Fan, IT & Social Media News Junkie, the author of IT Books (Google Plus, iPhone 4S, 5, 5s/5c, iPad, iPhoneography). "Think, then do... not think then left"

8 thoughts on “Apple เปิดตัว iPhone 5c, iPhone 5s ที่มาพร้อมกับ iOS 7

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.