BYOD กับประเทศไทย พร้อมแล้วหรือแค่ตามกระแส?

by | October 30, 2014
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

byod-thumbsup

เมื่อหลายปีก่อนผมเคยได้ยินตัวย่อ “BYOD” หรือ Bring Your Own Device ซึ่งขณะนั้นเรียกว่าเป็นที่นิยมและถูกคาดเดาไว้ว่าจะเป็นเทรนด์ด้านไอทีที่มาแรงในอีกไม่กี่ปี และเป็นเวลาอีกหลายปี ที่ตัวย่อนี้เริ่มติดหูคนในแวดวงไอที และเริ่มคิดที่จะนำมาใช้กัน แต่จนปัจจุบันก็ยังคงไม่ได้เห็นการนำเทรนด์ที่ว่านี้ มาใช้กันอย่างเป็นจริงเป็นจังกันซักเท่าไรนัก แล้วด้วยสาเหตุอะไรกันล่ะ?

เทรนด์ไอทีที่เรียกว่า เป็นคำฮิตติดปากคนในแวดวง ด้วยคอนเซปต์ที่จะให้พนักงานในองค์กร นำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชันต่างๆ ในองค์กร ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรลดต้นทุนการลงทุนกับอุปกรณ์พกพาของเหล่าพนักงานในบริษัทได้อย่างมหาศาล ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพนักงาน และเพิ่มประสิทธิผลให้กับองค์กรได้อีกด้วย

แต่ในหลายๆ ปีที่ผ่านมาปัจจัยหลักที่คงทำให้เทรนด์ BYOD ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน (ส่วนใหญ่องค์กรในบ้านเรา ยังคงรูปแบบ CYOD หรือ Choose Your Own Device อยู่) หรือเติบโตได้ต่อเนื่อง ก็มีสาเหตุอยู่หลายๆ ปัจจัย ที่น่าจะทำให้ BYOD ยังไม่เกิดในบ้านเรา เช่น:-

byod-v-cyod-table(ภาพจาก Insight UK)

  • ผู้ใช้งาน หรือพนักงานในองค์กร – ในมุมมองของผมเอง นี่คือสาเหตุที่ควบคุมได้ยากที่สุดสำหรับองค์กร ด้วยหลายๆ สาเหตุ ที่ทำให้พนักงานไม่นิยมที่จะนำอุปกรณ์ของตัวเองมาใช้ร่วมกับงาน อย่างเช่นไม่อยากให้งานติดตามตัวไปทุกที่ ไม่อยากให้เครื่องต้องมารับภาระกับอีเมลงาน จนอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมด หรือคิดว่าเครื่องที่ใช้ทำงาน ควรจะเป็นเงินขององค์กรเป็นคนรับผิดชอบ เป็นต้น
  • ระบบด้านไอทีของบริษัท ไม่เอื้ออำนวยพอ – บางบริษัทอาจจะพร้อมที่จะก้าวไปสู่ BYOD แบบจริงจัง แต่กับบางบริษัทหรือองค์กรนั้น พยายามที่จะไปในจุดๆ นั้น แต่กลับไม่ได้ปรับปรุงอะไรให้มากพอที่จะทำให้ระบบของตัวเอง รองรับกับเทรนด์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันของแอพพลิเคชัน ที่อาจจะรองรับบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี แต่กลับยังมีปัญหาจุกจิกกับอุปกรณ์พกพา ทำให้พนักงานเองเกิดความเบื่อหน่ายที่จะติดตั้งแอพฯ เหล่านี้ลงไปในอุปกรณ์ส่วนตัว เพราะอาจจะพบปัญหาร่วมกับการใช้งานส่วนบุคคลได้
  • ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ขององค์กร/พนักงาน – นอกจากสองปัญหาข้างต้น หนึ่งสิ่งที่ BYOD ไม่สามารถเกิดได้คือการรวมกันของข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน ที่จะไปรวมอยู่กับข้อมูลขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชัน อีเมล และข้อมูลที่เป็นข้อมูลปกปิดอื่นๆ องค์กรเองก็เกรงว่าข้อมูลจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือบุคคลภายนอก ส่วนพนักงานก็มักเกรงว่าจะถูกสอดส่องดูข้อมูลส่วนตัว โดยฝ่ายไอที หรือคนที่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลในตัวเครื่อง

challege- byod(ภาพจาก Trend Micro)

เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญที่ยังคงทำให้คำว่า BYOD นั้นยังไม่เติบโตในบ้านเราได้อย่างเต็มที่ และยังคงเป็นแค่คำเท่ห์ๆ ที่เอาไว้พูดให้ดูสวยหรู แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้เต็มรูปแบบจริงๆ กับองค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามบทความนี้มิใช่บทความที่เป็นข้อเท็จจริง แต่เป็นเพียงความคิดเห็นซึ่งแสดงผ่านเว็บไซต์ thumbsup โดยผมซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของกองบรรณาธิการเท่านั้น และผมก็ยังไม่ได้ฟันธงชัดเจนลงไปว่า BYOD จะไม่มีทางเกิดได้ในบ้านเรา แต่อะไรที่จะเป็นเครื่องมือ หรือตัวกระตุ้นให้เทรนด์ที่ว่านี้เกิดได้บ้าง รอติดตามอ่านกับบทความถัดไปนะครับ…สวัสดีครับ

10 years experience in telecommunication business, specialize in customer experience management and call center operation. Rungroj also passionate about how social technologies shape human interaction via social media. He is a co-author of "Marketing 2.0 and 2.1 - Social Media Marketing" and author of many best-selling mobile phone guidebook in Thailand.

4 thoughts on “BYOD กับประเทศไทย พร้อมแล้วหรือแค่ตามกระแส?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.