จากปรากฎการณ์ “ลักเหนียวไก่” มีอะไรเกิดขึ้นบ้างบนโลก Facebook

by | November 13, 2014
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

maxresdefault

วันสองวันนี้จะมีกระแสอะไรที่แรงไปกว่า “ลักเหนียวไก่” แล้ว ที่ไม่ว่าจะเปิดไปหน้า News Feed ของ Facebook หรือเข้าไปที่เพจของเพื่อนก็จะเจอการแชร์คลิปนี้หรือภาพนิ่งเกี่ยวกับสิ่งนี้ ด้วยเหตุนี้ผมเลยขอพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสังเกตกระแสนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตบางอย่างในบทความนี้ครับ

ทำไมต้อง “ลักเหนียวไก่” อะไรคือที่มา

เกิดจากการที่น้องผู้หญิงคนหนึ่งถูกขโมยข้าวเหนียวไก่ไป จึงตัดสินใจถ่ายคลิปวิดิโอที่กระจกเพื่อระบายอารมณ์ความโกรธแค้นว่าของสิ่งนี้ยังจะขโมยกันได้ ซึ่งหลังจากแชร์ออกไปในกลุ่มเล็กๆ เพื่อนๆ ของน้องก็แชร์ต่อไปอีก จนทำให้คลิปนี้กลายเป็นกระแสขึ้น จนถูกเรียกชื่อคลิปนี้ว่า “#ลักเหนียวไก่”

และด้วยกระแสนี้ทำให้เกิดรูปแบบการทำเป็นสิ่งต่างๆ ด้วยความสนุกและความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปล้อเลียนออกมา (เราขอไม่แชร์นะครับ), การทำภาพต่างๆ ออกมาล้อเลียนทั้งเป็น meme “ผมนี่…เลย” อันสุดฮิต และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งผมขอไม่แชร์นะครับ แต่ก็คงจะเห็นกันมามากแล้ว

ด้วยเหตุนี้ผมเลยดูความเป็นไปบน Facebook ว่าหลังจากมีกระแสฮิตแล้ว มีเพจไหนบ้างที่ให้ความสนใจ เล่น Real-Time Marketing กับเรื่องนี้บ้าง

มองเพจบน Facebook ชื่อดังว่าเล่นกับเขาไหม

เพจที่หันมาเล่นเรื่องนี้ที่ผมเจอจะเป็นเพจแนวตลก สนุกสนาน เห็นเด่นๆ ก็จะมีอยู่ 2-3 เพจครับ อย่าง JayTheRabbit ที่จัดมาถึง 2 โพสต์

 

หรือจะเป็นคนอะไรเป็นแฟนหมี ก็ยังเล่นกับเขาด้วย

และเรียนเจ้านายที่เคารพ

ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ ดูจากการ Like, Comment และ Share ซึ่งพื้นฐานก็คือเพจทั้งหมดเป็นเพจที่สนุกอยู่แล้วด้วยครับ ส่วนเพจอื่นๆ ก็จะอาศัยการแชร์วิดิโอคลิปวิดิโอเสียแทนครับ

เพจแบรนด์ทั้งหลายหล่ะ

พอมองมาที่แบรนด์ของไทย โดยปกติ เวลามีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจและเป็นกระแส เพจแบรนด์ทั้งหลายก็มักจะสร้างสิ่งที่ตัวเองมีผูกเป็นเรื่องราวให้เกี่ยวข้องกับกระแสในแบบ Real-Time เรื่องนี้คงจะมีสิ่งเกี่ยวข้องอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากเรื่องไก่ทั้ง KFC, Chester’s Grill โดยเมื่อเข้าไปสังเกตดูแล้วก็ไม่พบว่ามีโพสต์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องเลย นอกเสียจากที่

KFC เองก็มีโพสต์ลงเหมือนกันแบบเบาๆ ด้วยเล่นคำว่าเหนี่ยวไก่ ซึ่งเป็นภาษาพูดจากในคลิปมาเป็น Copy ในภาพ

Post by KFC.
ส่วน Chester’s Grill ไม่มีโพสต์ที่เกี่ยวข้องครับ

และก็มีการเข้ามาสอบถามจากบรรดาแฟนๆ ด้วยคำถามสุดฮิตอย่าง “มีเหนี่ยวไก่ไหม” โดยทางเพจก็ทำการ “ขายของ” ตามปกติ

kfc1

KFC2

บางแบรนด์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องเลยก็พยายามที่จะเกาะกระแสไปกับเขาด้วย ซึ่งก็พยายามที่จะโยงให้เข้ากับสิ่งที่ตัวมีอยู่

เมื่อมาคิดถึงสาเหตุที่แบรนด์ส่วนใหญ่ไม่ลงมาเล่น Real-Time Content ด้วย ก็เป็นไปได้หลายอย่างครับ

  • ตัว Content ต้นฉบับนั้นมีความ Sensitive ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล้อเลียนภาษาท้องถิ่น (ภาษาใต้) รวมทั้งมีคำหยาบอีกด้วย ซึ่งสามารถดราม่าได้ทุกเมื่อ
  • ดึงแบรนด์ลงมาเล่นกับสิ่งที่ไม่มีขายอยู่จริงในร้าน (ข้าวเหนียว)
  • ความไม่คุ้มในการมาเล่นเพื่อสิ่งเดียวที่เป็นกระแส ที่คิดว่าจะอยู่ไม่นาน (ได้ไม่คุ้มเสียและเสี่ยง)

เราจึงไม่ค่อยทางแบรนด์และทีมที่ดูแลด้านเนื้อหาก็คงจะคิดกันแล้วเลยไม่มีการโพสต์ตัวรูปภาพให้เราเห็นเลยครับ

แต่เคสที่น่าสนใจในมุมมองผมก็คือ…

Wongnai เลือก Content Marketing เกาะกระแส

การใช้ Content Marketing ในการเกาะกระแส จะต้องทำอย่างรวดเร็วและโดนใจผู้ที่ได้เห็นมากที่สุด และนี่ก็เป็นสิ่งที่ทาง Wongnai เว็บไซต์รีวิวอาหารเล็งเห็นจุดที่น่าจะเข้าไปได้ เลยเข้าไปเกาะกระแสเรื่องนี้ด้วยการเขียนเนื้อหาโดยการแนะนำ 10 ร้านข้าวเหนียวไก่บนหน้าเว็บไซต์ Wongnai.com ร่วมไปถึงการโพสต์บน Facebook ในช่วงเวลาที่ยังคงเป็นกระแสอยู่ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

wongnai1

สิ่งที่ Wongnai ประสบความสำเร็จในการทำ Real-Time Marketing ก็คือ

  • Wongnai ไม่ศูนย์เสียการเป็นแบรนด์ในการรีวิวอาหารของเว็บไซต์ไป เพราะทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม
  • ยังเล่นอยู่ในช่วงที่ยังเป็นกระแส
  • ตอบคำถามคนที่อยากรู้ว่ามีที่ไหนน่ากินบ้าง ด้วยการใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาทำเป็น Content ใหม่
  • เลือกเวลาโพสต์บน Facebook ในช่วงมนุษย์เงินเดือนกำลังหิว (เกือบ 4 โมงเย็น)

ส่วนผสมค่อนข้างลงตัวมากๆ ในการเล่นกับ Real-Time Marketing ของ Wongnai ประสบความสำเร็จอย่างมากครับ

และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังมีกระแสเหนียวไก่บนโลกออนไลน์และ Facebook ที่สร้างความคึกคักอย่างมาก

ถามว่าใครได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ก็คงจะเป็นผู้ขายข้าวเหนียวไก่ เพราะทุกคนต่างเรียกร้องอยากกินจนทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยใช่ไหมครับ

Bank - Editor-in-Chief, ex-Content Manager, ex-Software Tester, Apple Fan, IT & Social Media News Junkie, the author of IT Books (Google Plus, iPhone 4S, 5, 5s/5c, iPad, iPhoneography). "Think, then do... not think then left"

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.