สัมภาษณ์พิเศษประธานบริษัท Sony Digital Entertainment กับทิศทางธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย

by | January 26, 2015
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

Sony_Digital

thumbsup มีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง ประธานบริษัท Sony Digital Entertainment Service คุณ Atsushi Fukuda ซึ่งมีประสบการณ์ตรงในการผลิตคอนเทนต์มาตลอดช่วงชีวิตการทำงานของเขา ในขณะที่ตัวบริษัทเองก็เป็นผู้นำด้านการผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ โดยหัวข้อหลักที่เราจะสนทนากันในวันนี้เป็นเรื่องของมุมมองเกี่ยวกับตลาดคอนเทนต์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

thumbsup: ก่อนอื่นที่จะเริ่มพูดคุยในรายละเอียด ช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณและบริษัทหน่อย
Mr.Fukuda: สวัสดีครับ ผมชื่อ Atsushi Fukuda ประธานบริษัท Sony Digital Entertainment Service จริงๆ background ของผมมาทางธุรกิจด้านโทรทัศน์ครับ อาทิเช่น ช่องรายการอนิเมชั่น ช่องแอคชั่น Sony’s Animax และ AXN

บริษัทของเรามีประสบการณ์ตรงในการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์มานานกว่า 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราเป็นส่วนหนึ่งของ Sony Picture Entertainment หลังจากนั้นในปี 2007 ถึงค่อยแยกออกมาเป็นอีกหนึ่งบริษัททำหน้าที่ในการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ เช่น ตัวคาแรกเตอร์ โมบายแอปฯ การ์ตูน เกม และ ภาพยนตร์ เรามีคาแรกเตอร์ของเราเองกว่า 400 ตัวซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือลิขสิทธิ์ตัวคาแรกเตอร์มากที่สุดรายนึงของโลก

กลุ่มลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ระดับโลก อาทิเช่น P&G, Coca-Cola- Nike, NHK และ JTB เป็นต้น

thumbsup: มีแผนขยายธุรกิจเข้ามาสู่ไทยอย่างไร
Mr.Fukuda: ต้องบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลายสิ่งหลายอย่าง ในเรื่องของความชอบ การเสพคอนเทนต์น่ารักๆ คล้ายๆ กับ ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกงครับ และ LINE ก็ได้รับความนิยมเอามากๆ เลยทีเดียว บริษัทของเราเป็น Creative House และทำงานร่วมกับออนไลน์เอเยนซี่จากทั่วโลก ปัจจุบันรายได้ของสติกเกอร์แบบเสียเงิน 20% มาจากไทยนะครับ

เรามีสติกเกอร์แบบที่ต้องเสียเงิน 51 ชุดบน LINE และมี 16 ชุดที่เป็นรูปแบบของสปอนเซอร์สติกเกอร์ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันเราก็เป็นบริษัทแรกที่ทำงานร่วมกับ WeChat ในแง่ของการจับมือนำลิขสิทธิ์ของคาแรกเตอร์ไปใช้ นอกจานี้เรายังรองรับสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ อีกเช่น Facebook, Twiter, Kakao Talk อีกด้ว

รูปแบบธุรกิจที่ดูอยู่มีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ

  1. ลิขสิทธิ์ของตัวคาแรกเตอร์ที่มีอยู่
  2. พัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ให้กับแบรนด์ ยกตัวอย่างกรณีที่ประสบความสำเร็จในไทย คือ KOSE เราเริ่มต้นตั้งแต่ทำการวิจัยตลาด ออกแบบคาแรกเตอร์ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ จนสุดท้ายกลายเป็น  LINE สติกเกอร์ ด้วยแคมเปญนี้แบรนด์สามารถเข้าถึงคนได้กว่า 7 ล้านคนในประเทศไทย

SonyDigital2

SonyDigital3

thumbsup: ในมุมมองของคุณ สื่อโซเชียลมีเดียตัวไหนที่น่าสนใจ และคุณกำลังโฟกัสอยู่?
Mr.Fukuda: จากประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ทำงานด้านนี้มา ผมว่าในธุรกิจสายนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แน่นอนว่าตอนนี้รายที่สำเร็จมากๆ ก็คือ LINE และ Facebook แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ 100% นะครับว่าใครจะเป็นเจ้าตลาดเสียทีเดียว อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มก็คือแพลต์ฟอม และเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่อะไรเข้ามาและทำให้ผู้ใช้แห่ไปใช้มัน แต่สำหรับพวกเราแล้วคอนเทนต์ไม่มีวันตาย เราไม่ได้ยึดติดอยู่กับแพลตฟอร์มใด แพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่ว่าแพลตฟอร์มจะยังได้รับความนิยมอยู่ หรือคนไม่ค่อยสนใจแล้ว ธุรกิจของเรายังคงดำเนินอยู่ได้ ด้วยการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและรองรับแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่วงเวลานั้นๆ

thumbsup: เทรนด์ของคอนเทนต์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นอย่างไร?
Mr.Fukuda: ในตลาดนี้ผมเห็นทิศทางการเสพคอนเทนต์เติบโตขึ้นเร็วมาก มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยผลักดัน ได้แก่

  • การเพิ่มชึ้นของจำนวนสมาร์ทโฟนและแอปฯ ต่างๆ
  • นักการตลาดให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น และจัดสรรงบประมาณมาให้กับสื่อนี้มากขึ้น
  • ในโลกตะวันตกคอนเทนต์ที่เป็นเชิงคาแรกเตอร์น่ารักๆ จะมีอิทธิพลกับกลุ่มเด็กๆ แต่สำหรับคนในแถบนี้ แม้แต่เลยวัยเด็กไปแล้วก็ยังชอบกัน คาร์แรกเตอร์ญี่ปุ่นหลายตัวก็ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน อาทิเช่น ดราก้อนบอล โดราเอมอน ชินจัง ผู้ใหญ่ทุกวันนี้เติบโตมากับคอนเทนต์กลุ่มนี้ ปัจจุบันก็มีกำลังซื้อแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยังโหลดสติกเกอร์กันอยู่เลย

นอกเหนือจากนี้เท่าที่ผมสังเกตดู GDP ของประเทศไทยเติบโตค่อนข้างดี ในขณะที่ญี่ปุ่นลดลง ผมยังมองว่าตลาดไทยตอนนี้น่าสนใจกว่าตลาดญี่ปุ่นอีก และด้วยปัจจัยเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นในฝั่งของผู้ใช้เอง โครงสร้างต่างๆ เองกลายเป็นตัวผลักดันที่ทำให้ตลาดคอนเทนต์ในภูมิภาคนี้โตขึ้นแน่ๆ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ด้วยวัฒนธรรมความชื่นชอบหลายๆ อย่างที่คล้ายกับประเทศในแถบญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง จึงไม่น่าแปลกใจที่บริษัทญี่ปุ่นหลายรายจะให้ความสนใจตลาดบ้านเราเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นการพูดคุยในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทาง thumbsup ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ที่น่าสนใจกับผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้ และดูเขาจะชอบเมืองไทยไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว สำหรับโอกาสหน้าถ้าทาง thumbsup บุกไปประเทศญี่ปุ่นอีกเมื่อไหร่ หรือมีบริษัทไหนที่น่าสนใจกำลังเข้ามาสู่ไทย เราจะไม่พลาดในการเข้าไปพูดคุยกับพวกเขาเพื่อนำมาถ่ายทอดให้กับผู้อ่านอย่างแน่นอน

Involving with direct experience and competency in Telecommunication industry on both sides of operators and foreign suppliers for more than decade long. The former Engineer turned to Product Development and Marketing in charge of Value Added Services on 3G network. She has been frequently invited as special speaker by various institutions and organizations, as well as has written many academic articles for the topics of Telecom Industry, Mobile Marketing and Startup Scene.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.