จับตา Alibaba ให้บริการ cloud ในสหรัฐฯ

by | March 5, 2015
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

Alibabas-cloud-computing-service-launches-in-US-wants-to-rain-all-over-Amazon

Alibaba เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้บริการ cloud computing service ของตัวเองด้วยการขยายธุรกิจออกนอกจีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรก โดย Alibaba ประกาศว่าแพลตฟอร์ม “Aliyun” ได้เพิ่มศูนย์ข้อมูลใหม่ซึ่งมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทำให้มีความพร้อมให้บริการลูกค้าทุกรายที่ต้องการใช้บริการ cloud เพื่อทำตลาดแดนลุงแซม

Aliyun เป็นแพลตฟอร์ม cloud ที่เปิดให้บริการในจีนมาตั้งแต่ปี 2009 โดยศูนย์ข้อมูลใหม่ของ Aliyun มีการตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่ซิลิกอนวัลเลย์ จุดนี้ Yu Sicheng รองประธานฝ่ายธุรกิจ Aliyun (“yun” นั้นแปลว่าเมฆในภาษาจีน) ให้ความเห็นในบล็อกของบริษัทว่าการตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่สหรัฐฯนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยปลายปีนี้ Aliyun จะขยายบริการมายังอาเซียนและยุโรปต่อไป

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ Aliyun จะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Amazon Web Services (AWS) เช่นเดียวกับ Microsoft Azure และ Google App Engine ซึ่งให้บริการ cloud

การประกาศตั้งเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯครั้งนี้ถูกมองว่า Aliyun พยายามบอกโลกถึงการปราศจากการสอดแนมของรัฐบาลจีน ที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศจีนทำให้กฏหมายของจีนไม่สามารถบังคับใช้เพื่อขอดูข้อมูลตามอำเภอใจได้ จุดนี้ Alibaba ระบุว่าบริษัทในสหรัฐฯรวมถึงสตาร์ทอัปจะได้รับบริการผ่านศูนย์ข้อมูลในซิลิกอนวัลเลย์เท่านั้น

ที่ผ่านมา Alibaba ต้องพยายามผลักดัน Aliyun ให้สามารถสู้กับคู่แข่งอย่าง AWS ในจีนอยู่ตลอดเวลา โดยจากกลุ่มตลาดดั้งเดิมอย่างกลุ่มบริษัทจีนที่ต้องการลัดฟ้าไปทำธุรกิจในสหรัฐฯ วันนี้ Aliyun เปลี่ยนมาหวังเจาะกลุ่มตลาดบริษัทในสหรัฐฯโดยเฉพาะ ทำให้ศูนย์ข้อมูลที่ Aliyun มีในจีนอย่างเมืองปักกิ่ง หางโจว ชิงเตา ฮ่องกง และเซ่นเจิ้นยังไม่ตอบโจทย์

ก้าวใหม่ครั้งนี้ของ Alibaba ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากตัวเลขยอดจำหน่ายสินค้าจำนวนมหาศาลจากเว็บไซต์ในเครือ Alibaba นั้นสะท้อนว่า Aliyun มีศักยภาพมากเพียงไร โดยสถิติล่าสุดในวันที่ 11 เดือน 11 ปี 2014 ซึ่งเป็นวันลดราคาสินค้าออนไลน์ของจีน Aliyun สามารถให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของ Alibaba อย่าง Taobao และ Tmall ได้ที่ความเร็ว 80,000 คำสั่งซื้อต่อวินาที และเมื่อรวมมูลค่าการซื้อสินค้าจาก 2 เว็บไซต์นี้ จะพบว่ายอดจำหน่ายสินค้ามีมูลค่าสูง 9.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในเวลา 24 ชั่วโมง ถือว่าสูงกว่าทุกร้านอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯที่เคยทำได้ในช่วง Cyber Monday

ที่มา : Tech in Asia

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.