เกร็ดเล็กๆ ของ 7-Eleven ญี่ปุ่น ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (ตอนจบ)

by | November 25, 2015
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

หลังจากได้รู้ความเป็นมาและเป็นไปก่อนที่ 7-Eleven จะเปิดตัวขึ้นในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งภาพรวมของตลาดร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นใน เกร็ดเล็กๆ ของ 7-Eleven ญี่ปุ่น ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (ตอนที่ 1) ไปแล้ว คราวนี้เรามาดูเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่มีให้ใน 7-Eleven กันครับว่าจะเป็นอย่างไร

สามารถอ่านตอนแรกได้ที่นี่ เกร็ดเล็กๆ ของ 7-Eleven ญี่ปุ่น ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (ตอนที่ 1)

สินค้าภายใต้แบรนด์ 7&i

มีอยู่ช่วงนึงที่เศรษฐกิจในญี่ปุ่นตกต่ำอย่างหนัก พฤติกรรมการบริโภคของคนในญี่ปุ่นเปลี่ยนไป ทำให้การแข่งขันร้านค้าปลีกในญี่ปุ่นมีความรุนแรงมาก ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้มีการคิดสินค้าใหม่ๆ เพื่อทำให้กำไรมันเพิ่มขึ่น ซึ่งก็คือสินค้าที่เป็น PB หรือ Private Brand ขึ้นมา โดยในญี่ปุ่นมี 2 แบบคือ 7&i Premium และ 7&i Gold

  • 7&i Premium เป็นแพคเกจสีขาวเขียว
  • 7&i Gold เพิ่งจะออกวางขายได้ประมาณ 3 ปี แพคเกจเป็นสีทอง

Photo Oct 16, 10 05 48 AM

ความแตกต่างของ 2 อย่างนี้ก็คือ Premium จะเป็นการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ากับสินค้าแบรนด์อื่นๆ ที่มีการวางขายทั่วไป Positioning สำหรับสินค้าตัวนี้นอกจากจะเรื่องคุณภาพแล้ว ราคายังต้องถูกกว่าด้วย

Gold เอาสินค้าจากผู้ผลิตที่เป็นมือหนึ่ง ที่เป็นผู้ชำนาญการมาเปรียบเทียบ เช่น ไปสอบถามกับร้านบะหมี่ที่เจ๋งที่สุด มาร่วมกันผลิตสินค้า เพื่อทำให้สินค้าที่ขายมีคุณภาพที่ดีแบบพิเศษ ดังนั้น Positioning ของ Gold ก็คือ Special Expert ด้วยราคาสินค้าที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ เพราะโดยปกติแล้วสินค้าดีแบบพิเศษจะมีราคาแพงมาก ดังนั้นเราต้องทำให้ราคาของสินค้าประเภทนี้ต้องสามารถทำให้คนซื้อหาได้แบบไม่ลำบากมาก (Affordable) ความอร่อยต้องมีและดี, คุณภาพต้องดีถึงขั้นดีกว่า โดยสินค้าทั้ง Premium และ Gold มีทั้งของกินและของใช้

พื้นฐานในการทำอยู่ภายใต้การแข่งขันเสรี ไม่สนใจใครจะมาก่อนมาหลัง แต่นึกถึงว่า ผู้บริโภคเขาจะเป็นคนเลือกซื้อสินค้าเอง

Photo Oct 16, 8 35 09 AM

สินค้า Private Brand ที่เป็นของกิน จะมี 3 อุณหภูมิ ได้แก่

  • สินค้าอุณหภูมิปกติ 18 องศา เช่น ข้าวปั้น ข้าวกล่อง ที่เข้าไมโครเวฟเพียงไม่ถึง 1 นาทีก็สามารถกินได้ทันที
  • สินค้าแช่แข็ง ที่ต้องเข้าไมโครเวฟประมาณ 5 นาทีถึงจะรับประทานได้ โดยส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะซื้อกลับไปทานที่บ้าน
  • สินค้าที่เป็นขนมถุง ทานได้ทันที

Photo Oct 16, 8 35 32 AM

หากสังเกตใน 7-Eleven ในเมืองไทย ก็มีสินค้าประเภทนี้แล้ว ภายใต้ชื่อ 7 Select

การเปลี่ยนแปลง ก็ต้องทำให้สินค้าที่ผลิตเปลี่ยนไป

DSC_1195

ญี่ปุ่น คนโสดมากขึ้น, เลี้ยงเดี่ยว (Single Dad, Single Mom) มากขึ้น คนสูงอายุมากขึ้น รวมไปถึงคนในครอบครัวก็ลดลง จากเดิม 3-4 คน ตอนนี้เหลือเพียง 1.6 คนโดยเฉลี่ย ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีการทำสินค้าเพื่อเอามาตอบสนองกับความต้องการ ซึ่งที่พบก็คือ สินค้าอาหาร Frozen จากแต่ก่อนที่ไม่ค่อยมีคนซื้อ ก็มีคนซื้อเยอะขึ้น หรือสินค้าที่เป็น Package เล็กๆ พอทานได้ 1 ท่านก็เริ่มมีให้เห็นและมีการซื้อที่เยอะขึ้น เช่น เกี๊ยวซ่า 100 เยน มี 3-4 ชิ้น คนโสดก็ซื้อกลับไปอุ่นทานได้ หรือคนสูงอายุก็ไปแบ่งกันกิน 2 คนได้ ทั้งหมดล้วนเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

การทำอาหารในแพคเกจเล็กๆ หรือ Portion เช่นผักสด ผักสลัด กับข้าว ขายดีมากๆ ใน 7-Eleven เพราะนี่คือการออกมาเพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

ข้าวผัดกระเพรา ที่ญี่ปุ่นก็มีขาย (เพราะเขามาดูงานที่เรา เลยเอาไปพัฒนาเป็นสินค้าขายในญี่ปุ่นด้วย)

ของหวาน ขนมหวานของ 7-Eleven มีการตั้งตู้ขายอยู่กลางร้านของทุกสาขา (แนะนำ ชูครีม, ชีสเค้ก, โรลครีม อร่อยมากจริงๆ) ลองสังเกตสถานที่ตั้งกันดูนะครับเวลาไปเยือน

Photo Oct 16, 8 29 26 AM

DSC_1205

ไม่ใช่แค่สินค้า แต่บริการก็มีนะ

Photo Nov 23, 2 28 44 AM

บริการ 7-Eleven Meal Service เป็นบริการที่คิดค้นขึ้นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วเพื่อเป็นการเตรียมการรับจำนวนผู้สูงอายุ ด้วยสินค้าเกี่ยวกับการกินเป็นแคตตาลอคให้สั่ง สามารถสั่งผ่านโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตได้ 7 วัน 30 วันล่วงหน้า เกิน 500 เยนส่งฟรี โดยร้าน 7-Eleven ที่อยู่ใกล้จะมาส่งตามวันที่กำหนด มีทุกอย่าง ข้าวปั้น ข้าวกล่อง ขนมปัง สลัด เบนโตะ เหล้า นม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีให้สั่งหมด และสั่งแล้วยังไม่ต้องจ่ายเงิน จะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อของมาส่ง (Cash on Delivery)

แคตตาลอคนี้จะมีการเปลี่ยนเล่มใหม่ทุกๆ 1 เดือน เล่มในภาพคือเล่มประจำเดือนตุลาคม 2015 สามารถหยิบได้ที่ร้าน

ว่ากันว่า เมืองไทยก็อาจจะมีบริการนี้ก็เป็นได้

Photo Nov 23, 2 29 16 AMPhoto Nov 23, 2 29 34 AM

7 Bank ธนาคารเซเว่น

DSC_1211

การมาของ 7 Bank คือการเห็นช่องว่างของความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการกดเงิน ที่ถึงแม้จะกดธนาคารเดียวกันหากเกินเวลาทำการ ก็จะเสียค่าธรรมเนียมด้วย ถ้าเป็นต่างธนาคารยิ่งแพง เลยทำให้เกิดตู้ ATM 7 Bank ขึ้นมา โดยสามารถใช้ ฝากและถอนได้ในตัว ได้ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย รวมทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม หากเป็น 7 Bank ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นแบงก์อื่นก็เสียนิดหน่อย

Photo Oct 16, 8 34 46 AM

ตัว 7 Bank นี่ไม่ได้เป็น Commercial Bank หรือธนาคารเต็มรูปแบบนะครับ แต่ตัวบริการก็มีใกล้เคียงกันแล้ว เช่น มี Personal Loan (สินเชื่อส่วนบุคคล) 7 Bank ก็มีเช่นกัน

เครื่องถ่ายเอกสาร ที่เป็นมากกว่าเครื่องถ่ายเอกสาร

Photo Oct 16, 9 24 50 AM

เครื่อง Copy Machine หรือเครื่องถ่ายเอกสาร คืออีกสิ่งที่มีอยู่ในร้าน 7-Eleven ซึ่งมันไม่ใช่แค่เครื่องถ่ายเอกสารเท่านั้น แต่มันสามารถที่จะสั่ง Print จากสื่อต่างๆ เช่น SD Card, CD รวมทั้งการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน สามารถเอาเอกสารในเครื่องสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ออกมา Print ผ่าน Copy Machine และรูปภาพทั้งหลาย ก็สามารถ Print ออกมาได้ด้วยเช่นกัน

Photo Oct 16, 9 16 33 AM

 

Photo Oct 16, 9 15 52 AM

Copy Machine ใน 7-Eleven มีการเชื่อมต่อกับข้อมูลของเราที่เก็บโดยรัฐบาล ซึ่งเราสามารถที่จะสั่งพิมพ์เอกสารราชการขอเรา เช่น ทะเบียนบ้านได้ผ่านหน้าจอเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องมีเล่มมายืนถ่าย หรือหากอยากจะได้ตอนไหนก็สามารถทำได้เลยทันทีแค่เดินเข้าไปที่ร้าน ไม่ต้องกลับบ้านไปหยิบเอกสาร

Photo Oct 16, 9 15 07 AM

ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต, งานต่างๆ หรือเข้าเครื่องเล่น ก็สามารถทำได้ผ่านเครื่องนี้เช่นกันนะ

บริการอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของคนมากขึ้น

บางสาขาของ 7-Eleven มีบริการ Laundry บริการส่งซักรีด เป็นตู้รับฝาก ร้านที่มีบริการก็จะมารับไปซักรีด และกลับมาวางไว้ที่ตู้เพื่อรอรับ และบางสาขาก็มีบริการรับส่งพัสดุด้วยเช่นกัน

เรียกได้ว่าทุกวันนี้ร้านสะดวกซื้อ หรือ Convenience Store เป็นลมหายใจของคนญี่ปุ่นไปแล้ว

การเปลี่ยนแปลงจากการเปิดประเทศเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ

Photo Oct 16, 9 58 36 AM

เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ชินโซะ อาเบะ ได้เปิดประเทศเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยและหลายๆ ประเทศไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้ามาประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอย่างนึงที่ทางรัฐบาลคิดถึงก็คือการทำ Tax Free ซึ่ง 7-Eleven ก็ทำด้วยเช่นกัน โดยร้านแรกที่ให้บริการ Tax Free ก็คือที่สาขา Asakusa หน้าวัด Sensoji มีเคาน์เตอร์แยกในการจัดการเรื่อง Tax Free โดยเฉพาะ ใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 3 นาทีต่อรายการ

การซื้อเพื่อขอภาษีคืนตามที่ญี่ปุ่นกำหนด ต้องซื้อราคารวมภาษีเกิน 5400 เยนสำหรับของกินของใข้ โดยจะได้คืน 8% โดยอาจมีการหักค่าบริการ

Photo Oct 16, 10 16 00 AM

ในร้าน 7-Eleven มีที่นั่งให้ทานอาหารแล้ว เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการความเร่งรีบให้สามารถนั่งทานและยืนทานได้เลย โดยแบ่งเป็นโซนให้นั่ง รวมถึงห้องน้ำที่ให้บริการกับคนที่เข้ามา และที่จอดรถจำนวนมากในสาขาต่างจังหวัด เพื่อให้เป็นที่พักรถสำหรับคนขับรถ


ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เราได้รับการบอกเล่า รวมถึงได้เข้าไปสัมผัสหลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูล ทำให้รู้สึกได้ถึงการปรับตัวที่รวดเร็วของคน ทำให้ตอบโจทย์กับความต้องการของคน รวมถึงการคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อคิดธุรกิจมารองรับได้อย่างทันท่วงที จากจุดนี้ทำให้เรารู้ว่า 7-Eleven จะยังคงอยู่คู่กับคนไปเรื่อยๆ ด้วยสินค้าและบริการที่จะยิ่งตอบความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของคนต่อไป

ใครไปญีปุ่น อย่าพลาดที่จะลองสังเกตสิ่งที่เราได้บอกเล่าไปในบทความทั้ง 2 ตอนครับ

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters

One thought on “เกร็ดเล็กๆ ของ 7-Eleven ญี่ปุ่น ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (ตอนจบ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.