เดินไป พิมพ์ไป กำลังจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ New Jersey

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นเรื่องน่ารำคาญใจไปทั่วโลก รวมถึงสังคมก้มหน้าของไทยเรา แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่จากสถิติกลับพบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดจากทางเท้าสูงขึ้นเรื่อยๆ และสาเหตุก็มาจากการใช้มือถือนั่นเอง

texting2

เนื่องจากมือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เรียกว่าเป็นปัจจัยที่ห้าทั้งกับเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน ทำให้มีคนเดินไปใช้มือถือไปสูงมากขึ้น มันคงจะไม่เป็นไรถ้าคนรู้จักใช้อย่างระมัดระวัง แต่ความจริงมักโหดร้ายเสมอ

มีข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว พบว่า ตัวเลขสถิติของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมดรวมถึงอุบัติเหตุจากทางเท้าสูงเพียง 11% ในปี 2005 แต่เพิ่มขึ้นมาเป็น 15% ในปี 2014

นอกจากนี้ตัวเลขจากสภาความปลอดภัยแห่งชาติระหว่างปี 2000 – 2011 พบว่ามีอุบัติเหตุทางเท้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มากกว่าหมื่นคน เมื่อเจาะลงไปพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ยตำ่กว่า 40 ปี โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุคือการคุยโทรศัพท์ รองลงมาคือการพิมพ์ข้อความคิดเป็น 12%

ส่วนบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้น 80% เกิดจากการเดินตกพื้นต่างระดับ และอีก 9% เกิดจากการเดินเตะสิ่งกีดขวาง ซึ่งอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้แก่ กระดูกหัก ข้อเคล็ด มีรอยฟกช้ำ หรือได้รับความกระทบกระเทือน

Pamela Lampitt ผู้ว่าจากรัฐ New Jersey จึงเสนอบทลงโทษสำหรับคนที่เดินแบบไม่สนใจทาง โดยให้จำคุก 15 วัน หรือจ่ายไม่เกิน 1,800 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเธอให้เหตุผลว่าอุบัติเหตุจากคนเดินใช้มือถือก็ไม่ต่างกับคนขับรถ มันสามารถส่งผลเสียได้ทั้งกับตัวเองและคนอื่นที่ใช้ถนนร่วมกัน ดังนั้นควรจะมีบทลงโทษที่เท่าเทียม

จากประวัติศาสตร์มีหลายรัฐที่เคยยื่นและไม่ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก อาร์คันซอ อิลลินอยส์ และเนวาดา ถ้าผลของการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ผ่าน น่าจะเป็นก้าวใหม่ของการจัดระเบียบสังคมก้มหน้าแบบไม่สนใจใครสักที

ที่มา : mashable

An Economic student who turned out to be a Strategic Planner.

One thought on “เดินไป พิมพ์ไป กำลังจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ New Jersey

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.