เปิดกลยุทธ์ 70 ปีกลุ่มเซ็นทรัล กับ “Centrality” หวังเป็นบ้านหลังที่สองของคนทุกเจนฯ

by | July 13, 2017
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

คุณนิตย์สินี จิราธิวัฒน์ และคุณยุวดี จิราธิวัฒน์ สองผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัล

เป็นอีกหนึ่งงานแถลงข่าวที่สัมผัสได้ถึงความจัดเต็มในทุก ๆ มิติกับการฉลองครบรอบ 70 ปีของห้างเซ็นทรัล ที่ในวันนี้ทีมผู้บริหารได้ออกมาเผยตัวเลขของธุรกิจ และทิศทางการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลในเวทีโลก ภายใต้กลยุทธ์ Centrality หรือก็คือการสร้างศูนย์กลางของเมืองที่ผู้คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน 

สัดส่วนรายได้ของกลุ่มเซ็นทรัล

โดยความสำเร็จของกลุ่มเซ็นทรัลในวันนี้ได้รับการถ่ายทอดจากคุณยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด โดยคุณยุวดีระบุว่า ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลได้ขยายไปทั้งในภูมิภาคอาเซียนและสหภาพยุโรป โดยปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าระดับ Luxury ในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่

  • ห้างสรรพสินค้า Illum กรุงโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก
  • ห้าง Alsterhaus เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
  • ห้าง Oberpolinger เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี
  • ห้าง Kadewe กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
  • ห้าง La Rinacente เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
  • ห้าง La Rinacente กรุงโรม ประเทศอิตาลี 
  • ห้าง Central Chidlom กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • ห้าง Central Embassy กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากเข้าควบรวมกิจการของห้าง La Rinacente สาขาเมืองมิลาน และทำการปรับปรุง ห้างดังกล่าวก็ได้รับรางวัล “ห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2559 จาก Global Department Store Summit (GDSS) ซึ่งจัดโดย Intercontinental Group of Department Stores (IGDS) ซึ่งเป็นสมาคมที่มีความสำคัญสูงสุดในธุรกิจห้างสรรพสินค้าและมีสมาชิกรวมกว่า 40 ประเทศทั่วโลกด้วย

ห้างเซ็นทรัลในวันนี้ไม่ใช่แค่ห้างสรรพสินค้าระดับประเทศ หรือภูมิภาคอีกต่อไป แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ที่ธุรกิจของคนไทยสามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจห้างสรรพสินค้าหรูระดับโลกได้แล้วอย่างแท้จริง” คุณยุวดีกล่าว

หันมาในส่วนของรายได้กันบ้าง คุณยุวดีเผยว่า ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของกลุ่มเซ็นทรัลมาจากประเทศไทย 60% และอีก 40% มาจากต่างประเทศ (ดังภาพ) ซึ่งในอนาคตสัดส่วนนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้หากสรุปในภาพรวมแล้ว การฉลองครบรอบ 70 ปีของห้างเซ็นทรัลมีจุดที่น่าสนใจต่าง ๆ ดังนี้

  • สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ Aux Villes Du Monde (AVDM) หวังยกระดับการให้บริการเพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยภายในแอปพลิเคชันจะสามารถค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองที่มีสาขาตั้งอยู่ รวมถึงใช้บริการผู้ช่วยส่วนตัวและบริการที่จะอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เช่น จองโรงแรม จองร้านอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่มีจำหน่ายในไทย ซึ่ง AVDM เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้ง iOS และ Android
  • รีแบรนด์ด้วย Font ใหม่ – กุหลาบกราฟิก
  • เปิดตัวเว็บไซต์ www.central.co.th และแอปพลิเคชัน Central Official โฉมใหม่ที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น และสามารถให้ข้อมูลได้แบบ Interactive รวมถึงสามารถดาวน์โหลด E-coupon เพื่อรับสิทธิพิเศษภายในห้างได้ด้วย
  • พลิกโฉมให้ห้างเซ็นทรัลเป็นบ้านหลังที่ 2 ของคนทุก Generation (A Second Home that transcends generations) ด้วยงบประมาณรวม 350 ล้านบาท
  • ปรับโฉมห้างเซ็นทรัลให้เป็นมากกว่าจุดซื้อขายทั่วไป เริ่มจากห้างเซ็นทรัลสาขาบางนา-ปิ่นเกล้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงห้างเซ็นทรัลพระราม 3
  • เปิดตัวห้างสรรพสินค้า 2 สาขาใหม่ได้แก่ ห้างเซ็นทรัลนครราชสีมา (พย. 2560) และห้างเซ็นทรัลภูเก็ต (เปิดตัว ปี 2561)
  • จัดแคมเปญ WOW โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป กับโปรโมชั่นพิเศษสุดว้าว ทุกวันที่ 17 ของเดือน เช่น วันที่ 17 กรกฎาคมนี้ เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 2,000 บาท จะได้รับคูปองเงินสด 700 บาท เป็นต้น โดยแคมเปญ WOW จะมีทั้งสิ้น 4 ด้านได้แก่
    • WOW Collection
    • WOW Activity
    • WOW Promotion
    • WOW Emotions ด้วยการเปิดตัวหนังสั้นชื่อ “Heartbeat จังหวะจะรัก”  โดยดึงผู้กำกับชื่อดังของไทย โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล จากภาพยนตร์แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานการกำกับฯ ครั้งนี้นำแสดงโดย วี วิโอเลต วอเทียร์ นอกจากนี้ วี วิโอเลต ยังเป็นผู้ขับร้องเพลง “Heartbeat จังหวะจะรัก” ฉลอง 70 ปีห้างเซ็นทรัลด้วย

เปลี่ยน CSR เป็น CSV

ด้านคุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “นอกเหนือจากการปรับโฉมห้างใหม่และกิจกรรมด้านการตลาดเพื่อตอบแทนลูกค้าแล้ว ในโอกาสครบ 70 ปี กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งตั้งเป้านำความเจริญมาสู่ชุมชนโดยรอบ ก็จะเดินหน้าต่อไปด้วยแนวคิด ธุรกิจคู่สังคม (Creating Shared Value: CSV) ซึ่งเป็นการยกระดับจากการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) มาสู่การส่งมอบคุณค่าเชิงบวกแก่องค์กรและสังคมไปพร้อมๆ กัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยดำเนินการผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์

  • โครงการพัฒนาปรับปรุงสวนลุมพินี กรุงเทพฯ
  • โครงการบ้านพิงพัก (PINK PARK VILLAGE)  มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • โครงการสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์ (เครื่องฟอกไต) ร่วมกับมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย
  • โครงการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม CENTRAL GREEN  PROJECT ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน พัฒนาพื้นที่โดยรอบของธุรกิจกลุ่มเซ็นทรัล เช่น การบำบัดน้ำเสีย การจัดการขยะและของเสีย และการปรับสภาพแวดล้อมในพื้นที่

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมของเศรษฐกิจนั้น ทีมผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัลให้ทัศนะว่า กลุ่มลูกค้าชั้นดีนั้นยังมีกำลังซื้ออยู่ เพียงแต่ว่าพบความเปลี่ยนแปลงนั่นคือผู้บริโภคยุคใหม่ใช้เงินกับการท่องเที่ยว และอาหารการกินมากขึ้น ส่วนกระแสการปิดตัวของห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกานั้นยังไม่มีผลกับประเทศไทย เนื่องจากสภาพตลาดแตกต่างกัน โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ฐานของ E-Commerce แข็งมาก จึงทำให้ห้างประเภท Brick-and-Mortar ปิดตัวลงมากนั่นเอง  ซึ่งในจุดนี้ ทางกลุ่มเซ็นทรัลเองก็ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้มีส่วนแบ่ง 5% ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้านี้ด้วยเช่นกัน

 

Editorial team of Thumbsup for Digital Marketing & PR section which working space is around with the laugh and love of family :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.