กลุ่มมิตรผลลุย “Techsauce Global Summit 2017” เฟ้นหาสตาร์ทอัป Bio-Based

by | July 24, 2017
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Techsauce Global Summit 2017 กับการเข้าร่วมเป็นครั้งแรกของบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจน้ำตาลอย่าง “มิตรผล” ซึ่งทีมผู้บริหารตั้งเป้ามามองหาสตาร์ทอัปที่มีนวัตกรรมด้าน Bio-Based ใน 5 สาขาได้แก่ Bio-Based Chemical, Bio-Based Material, Bio-Fertilizer, Food for the Future และ Feed for the Future พร้อมโอกาสในการร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลในการต่อยอดผลงานด้านอุตสาหกรรมการเกษตรต่อไปด้วย

คุณประวิทย์ ประกฤติศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มมิตรผลเผยว่า “ทุกวันนี้ สิ่งที่เราเห็นคือ ทุกบริษัทไม่สามารถอยู่ได้ด้วย Business Model เดิม ๆ และทุกบริษัทต้องทำเหมือนกันคือต้องหา High Value Products และหารายได้จากส่วนนั้นให้ได้ ส่วนเส้นทางในการสร้างนั้นคือเราต้องทำเรื่อง Innovation ให้มากขึ้น ซึ่งมันไม่ง่าย มันต้องใหม่ และขายได้ มันต้องมองลูกค้า มองเทคโนโลยี และมองตลาดไปพร้อม ๆ กัน”

คุณประวิทย์ ประกฤติศรี

โดยเหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องมุ่งไปในด้านพลังงานนั้นมาจากปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงาน ตลอดจนปัญหาสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนำไปสู่การลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง Bio-Based กันมากขึ้น ดังเช่นสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้ริเริ่มนโยบาย Energy 4.0 ด้วยการต่อยอดพืชพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยคาดว่าแผนลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพในระยะ 10 ปีจะมีมูลค่า 4 แสนล้านบาท โดยในระยะที่ 1 (ปี 2560 – 2561) จะมีเม็ดเงินลงทุนมากถึง 51,000 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มมิตรผลเองนั้น ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาด้าน Innovation มาโดยตลอด แบ่งได้เป็นสามระดับได้แก่ ระดับ In-House (เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด), ระดับ Joint Venture และการเปิด Open Innovation ให้บุคคลภายนอกเสนอไอเดียเข้ามา แต่ที่น่าสนใจคือ ในการเปิด Open ให้บุคคลภายนอกได้เสนอแนวคิดเมื่อปีที่ผ่านมานั้น พบว่ามีไอเดียที่น่าสนใจมากมายกว่า 300 ผลงาน (แต่มีการคัดเลือกจนได้ผลงานที่คาดว่ามีโอกาสทางธุรกิจ 3 ผลงาน) ซึ่งจุดนี้ ทำให้ทางกลุ่มมิตรผลมองว่า หากขยายโอกาสไปสู่เวทีสัมมนาระดับโลกเช่น Techsauce Global Summit 2017 ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สตาร์ทอัป ตลอดจนภาคธุรกิจระดับต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมนั้น ก็อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้พบเจอสตาร์ทอัปด้าน Bio-Based ที่สามารถก้าวต่อไปกับกลุ่มมิตรผลได้นั่นเอง

นั่นจึงเป็นที่มาการจัดเวที Private Pitching Stage ของกลุ่มมิตรผลในงานสัมมนาดังกล่าวในวันที่ 29 กรกฎาคม 2560 ซึ่งคุณประวิทย์กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าสตาร์ทอัปด้าน Bio-Based นั้นมีน้อย แต่หลังจากได้เปิดตัวกับเวที Techsauce Global Summit 2017  แล้วก็พบว่า จริง ๆ มันก็มี ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้อง Bio-Based  เพราะมิตรผลไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปลูกอ้อย และผลิตน้ำตาล แต่สิ่งที่มิตรผลกำลังจะก้าวต่อไปคือ Bio-Based ซึ่งเราไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะมันจำเป็นต้องมีการรีเสิร์ช ทำวิจัย”

“การที่เราจับมือกับ Techsauce เนื่องจากเป็นเวทีที่ทำเรื่องของดิจิทัลเยอะมากและได้รับความสนใจในวงกว้าง เพียงแต่รูปแบบของเราคงไม่เหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ เพราะเราอยากดูความเป็นไปได้ใน 5 ตัวก็คือ Bio-Chemicals, Bio-Material, Bio-Fertilizer, Food for the Future และ Feed for the Future  เป็นหลัก ซึ่งเราพบว่า สตาร์ทอัปไต้หวันเป็นอีกกลุ่มที่มีความสามารถมากในแง่ Bio-Fertilizer ก็อยากให้สตาร์ทอัปที่เข้ามาในงานได้มานั่งคุยกัน”

ทั้งนี้เป็นที่แน่ชัดว่า กลุ่มมิตรผลไม่มีแผนจะตั้งกองทุน แต่จะพิจารณาเป็นรายโปรเจ็คว่ามีโอกาสในการสเกลได้หรือไม่ พร้อมกันนั้น คุณประวิทย์ได้เผยถึงข้อแตกต่างระหว่างสตาร์ทอัปไทยกับต่างชาติเอาไว้อย่างน่าสนใจนั่นคือ เรื่องของเครื่องมือที่ต่างประเทศนั้นไฮเทคกว่า

“เครื่องมือฝรั่งดีกว่าเรา เฉพาะแค่เครื่องมือในการถอดรหัส DNA ที่ต่างประเทศมีขนาดเท่าสนามบาสเก็ตบอล สำหรับใช้ถอดรหัส แต่ของเราไม่ได้เท่าเขา ดังนั้นมันจึงต้องอาศัยเครือข่าย ฝากคนนั้นคนนี้ทำได้ไหม ฝากคนนี้ทำ ได้ไหม” 

“ทำไมต้องถอดรหัส เป็นเพราะเทรนด์ในตอนนี้ก็คือ ทั่วโลกพยายามเลียนแบบ Natural Product ซึ่งการเลียนแบบนั้นใช้การถอดรหัส DNA แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ คนทำไม่ไหว นั่นจึงเป็นที่มาว่าเราสู้เขาไม่ได้ในเรื่องเครื่องมือ แต่ในด้านความสามารถอื่น ๆ ถ้าเจอกันตัวต่อตัว ผมว่าคนไทยไม่แพ้นะ และเราก็มีเทคโนโลยีบางตัวที่เหนือกว่าด้วย เช่น เรามียีสต์ที่แข็งแรงกว่า เพราะมันคือยีสต์ที่มาแย่งกินน้ำตาล”

ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลมองว่า ธุรกิจด้าน Bio-Based มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของกลุ่มฯ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภคและคู่ค้า เกิดเป็นช่องทางรายได้ใหม่ที่จะผลักดันให้เกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือเป็น S-Curve ตัวใหม่นั่นเอง

โดยงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Techsauce Global Summit 2017 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 กรกฎาคม ณ โรงแรมเซ็นทาคาแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 6,000 คน จากทุกภาคส่วน ทั้งสตาร์ทอัประดับโลก, Venture Capitalists, Angel Investors ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เช่น 500 Startups, Samsung, Facebook, Dentsu Inc., EY, Idea Tokyo และ HP

Editorial team of Thumbsup for Digital Marketing & PR section which working space is around with the laugh and love of family :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.