ทุ่มงบพัฒนาไอทีปีละ 5,000 ลบ. Kbank มั่นใจ go to Digital เต็มตัวใน 3 ปี

by | March 13, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+
การแข่งขันด้านเทคโนโลยีของกลุ่มธนาคาร ยังคงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ การไม่ยอมให้คู่แข่งนำหน้าตนเองก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่การลงทุนและพัฒนาดิจิทัลให้ตอบโจทย์ลูกค้านั้นเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละคน แต่ละช่วงวัย ก็มีพฤติกรรมการใช้ไอทีต่างกัน ดังนั้น การทุ่มงบด้านเทคโนโลยีของ KBTG ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท ย่อมต้องออกมาไม่ธรรมดา

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า บริการด้านการเงินในประเทศไทย มีความก้าวหน้ามาแล้วระดับหนึ่ง ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมากกว่า 80% ของธุรกรรมทั้งหมด ขณะที่ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงบริการของธนาคาร (unbanked)
เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการรูปแบบเดิมๆ ธนาคารจึงมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการนำเทคโนโลยีและความรู้ที่มีอยู่ มาสร้างโอกาสให้กับคนทุกกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่เป็น unbanked ด้วย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและด้านธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทยมีแผนที่จะก้าวสู่ธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบภายใน 3 ปี

ดังนั้น การพัฒนา “เกด” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคต ที่เกิดจากการผสมผสานประสบการณ์ทางการเงิน ของธนาคารกสิกรไทย และการออกแบบของ KBTG อันประกอบด้วย Machine Intelligence กลไกอัจฉริยะที่ใช้ AI เป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างความฉลาดให้กับบริการต่างๆ ของ K PLUS ให้สามารถเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกด้าน ทุกระดับ ทุกที่ และทุกเวลา ซึ่งความอัจฉริยะนี้จะเปลี่ยน K PLUS ให้เป็น  K PLUS Intelligence Platform ที่รวบรวมการให้บริการอันรู้ใจในรูปแบบต่าง ๆ ไว้ในที่เดียวกันและทำให้ เกด เป็นคู่หูครบวงจรที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ Design Intelligence จะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการอย่างชาญฉลาดที่ยึดแนวคิดในการออกแบบที่ใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Design) โดยเริ่มจากการศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการและลักษณะการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้บริการของธนาคารอยู่ในหัวใจลูกค้าตลอดเวลา
  ที่สำคัญอีกเรื่องคือ Service Intelligence เป็นการสร้างรูปแบบของการให้บริการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาตอบโจทย์ของลูกค้าให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตรงใจ ทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนั้น Service Intelligence ยังใช้เทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ ในการช่วยคิดค้นหาบริการที่เหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้อีกด้วย

ธนาคารมีฐานผู้ซื้อสินค้าใน KPlus กว่า 8 ล้านราย ทำให้เราต้องนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ลูกค้าให้ดีกว่าเดิม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงให้มากขึ้น ซึ่งการเข้าไปยึดพื้นที่ใจในลูกค้า ไม่ใช่แค่การตอบโจทย์บริการทางการเงินเพียงอย่างเดียว เพราะมันเป็นเรื่อง Basic แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ชีวิตเลยด้วย และต้องเป็น Total Solutions เลย ไม่ใช่แค่ Digital Disruption แล้วจะรอด แต่การครองใจลูกค้าได้ คือทางรอด

“การนำข้อมูลต่างๆ มาผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยแบ่งประเภทของลูกค้าได้จริง เพราะ Machine Learning แม่นยำถึง 300% เลย”

นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าลูกค้าในอีก 5 ปีต้องแตะ 20 ล้านรายให้ได้ ด้วยการเดินหน้าดิจิทัลเต็มตัวและภายใน 3 ปีต้องเป็นไปได้ ธนาคารลงทุนงบเทคโนโลยี KBTG ปีละ 5,000 ล้านบาท มีทีมงานคอยดูแลกว่า 1,000 คน ซึ่งการพัฒนาระบบ KADE ได้ดีนั้น ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังช่วยคิดกลยุทธ์ พัฒนาและนำไปใช้งาน

ส่วนความกังวลว่าจะกระทบกับสาขาหรือไม่นั้น ก็ยอมรับว่าในระยะยาวคงกระทบ แต่ไม่ได้หมายถึงการลดจำนวนสาขาทันที ธนาคารเชื่อว่าการมีจำนวนสาขาที่เหมาะสม คู่ขนานไปกับดิจิทัลจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน ซึ่ง KADE จะเปิดใช้งานในช่วงสิ้นปีนี้

การเดินหน้าสู่ดิจิทัลของแต่ละธนาคาร ถือว่าเป็นการปรับตัวที่ดี แต่จะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งานได้มากแค่ไหน อยู่ที่การทำตลาดของแต่ละรายว่าจะชูจุดเด่นได้ดีอย่างไร

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.