เทรนด์หลอดไฟ IoT มีโอกาสเป็นจริงในไทยแล้ว

by | May 17, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

รู้จัก ฟิลิปส์ ไลท์ติ้ง ไหมคะ หลายคนอาจคุ้นเคยกับเครื่องใช้ไฟฟ้าฟิลิปส์ แต่กลุ่มสินค้านี้จะเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “ซิกนิฟาย (Signify) เพื่อเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนในวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ ในการปลดล็อกศักยภาพอันเหนือชั้นของแสง เพื่อชีวิตที่สว่างสดใสและโลกที่ดียิ่งกว่า ซึ่งซิกนิฟายดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ พร้อมพนักงานกว่า 32,000 คนทั่วโลก สร้างยอดขายถึง 7 พันล้านยูโร และลงทุนในโครงการวิจัยและพัฒนาในปี 2560 ถึง 354 ล้านยูโร

โดยได้รับเกียรติจาก คุณเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด มาสรุปการเปลี่ยนแปลงของฟิลิปส์สู่ซิกนิฟายที่จับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบ IOT อย่างเต็มรูปแบบ

  • การเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยี จะช่วยเปลี่ยนภาพในอดีตจากการที่พูดถึงผลิตภัณฑ์แสงสว่าง มาเป็นการต่อยอดแสงสว่างสุ่ยุค Internet of Things (IoT) และนำสู่ Industry transformation 
  • ซิกนิฟาย มีประวัติยาวนานถึง 127 ปี โดยเข้ามาในประเทศไทยปีพ.. 2495 ปีนี้เป็นปีที่ 66
  • นับแต่ปี 2557 เราได้ประกาศเจตจำนงค์ในการแยกบริษัท โดยรอยัล ฟิลิปส์จะดำเนินนวัตกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ ชื่อในไทยคือ บริษัท ฟิลิปส์ ไทยแลนด์ ในขณะที่ฟิลิปส์ ไลท์ติ้งจะเป็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แสงสว่าง ชื่อในไทยคือ บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 
  • การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ยังแสดงวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่ Internet of Things อย่างเต็มตัว เนื่องจากสภาพการรับรู้เรื่อง Internet of Things ในไทยขณะนี้ยังมีไม่มาก จึงยังไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่มีแนวโน้มที่จะมีความต้องการมากขึ้น จากเทรนด์การใช้งานของทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดทวีปอเมริกาเหนือ ที่มีการเติบโตในสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฮมอย่างมาก หลังจากมีการเปิดตัวกลุ่ม Smart Speaker จากบริษัทต่างๆ เช่น Google Home และ Alexa เป็นต้น จากการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตจาก Forrester Data 2017 – 2022 พบว่า ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มครัวเรือนที่มีอุปกรณ์ Smart Speaker มีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะซื้อและมองหาสินค้ากลุ่ม Smart Home อื่นๆ ตามมา
  • นอกจากนี้ จากผลสำรวจเมื่อปี 2017 จาก Statista ยังพบว่า สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม กลุ่มผลิตภัณฑ์แสงสว่างยังเป็นที่นิยมเป็นอันดับที่สองอีกด้วย โดยคาดการณ์ว่า ทั่วโลกผลิตภัณฑ์แสงสว่างในรูปแบบกลุ่มสมาร์ทโฮม จะเติบโตถึง 13% ต่อปี
  • ทางบริษัทได้มีการลงทุนทำR&D เรื่อง Internet of Things ประมาณ 4.8% ของรายได้

  • สำหรับการพัฒนาสินค้ากลุ่มแสงสว่างในปัจจุบัน LED กำลังใกล้ถึงจุดอิ่มตัว และมุ่งสู่การเป็นระบบแสงสว่าง (Integrated system) ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตกำลังสูงขึ้น รวมถึงการนำเสนอบริการต่างๆ (Services) โดยเฉพาะตลาดอุตสาหกรรม เราต้องการเป็นผู้นำในการนำเทรนด์ใหม่ที่เหนือยิ่งกว่า คือ “Light as a new intelligent language”
  • แสงสว่างในฐานะภาษาใหม่ กลายเป็นสิ่งที่ต้องการการเชื่อมต่อและสื่อความหมายได้ โดยเราต้องการเป็นผู้นำในการปลดล็อกศักยภาพที่เหนือกว่าของแสงสว่าง
  • จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป และการขยายของเมือง ทำให้ต้องการใช้แสงเพิ่มขึ้น โดยที่ยังประหยัดไฟอยู่ พร้อมเชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประโยชน์การใช้งานนอกเหนือไปจากความสว่างและเช่นเดียวกับวิวัฒนาการในกลุ่มเทคโนโลยีอื่นๆ การปรับราคาเพื่อตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคย่อมต้องเกิดขึ้นในอนาคต แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการได้

สิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลก็คือ บริษัท ซิกนิฟาย จะยังคงใช้ชื่อ “แบรนด์ฟิลิปส์” สำหรับผลิตภัณฑ์ในตลาดเช่นเดิม ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing Agreement) ที่มีกับรอยัล ฟิลิปส์ (Royal Philips) โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลในทุกประเทศภายในต้นปี 2562 ส่วนโอกาสที่เทรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Smart เติบโตได้นั้นเหมือนจะเป็นโอกาสเป็นไปได้ เพราะ “หลอดไฟ” ถือว่าเป็นสินค้าจำเป็นที่ต้องมีทุกบ้าน นอกจากประหยัดแล้ว การสั่งงานหรือทำงานได้แบบอัตโนมัตินั้น น่าสนใจมาก

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.