ลูกจ้างยุคใหม่ ปรับตัวรับเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ทัน!

by | June 15, 2018
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

น่าประหลาดใจสำหรับแนวความคิดนี้ของลูกจ้างชาวไทย ที่กลัวจะแข่งขันไม่ได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและมีมากกว่า 1 ใน 4 ที่วางแผนเปลี่ยนงานภายใน 12 เดือนนี้

ผลสำรวจดังกล่าว ได้มาจาก เวิร์กเดย์ (Workday) ผู้นำด้านแอปพลิเคชันคลาวด์ระดับองค์กร สำหรับการบริหารการเงินและทรัพยากรบุคคล ที่เผยแพร่ผลการวิจัยในหัวข้อ ‘The Drive for the Digitally-enable Workforce’ ระบุว่า 45% ของลูกจ้างในประเทศไทย ขาดความมั่นใจว่าตนมีทักษะที่เหมาะสมกับการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำร่วมกับบริษัทการตลาดระดับโลกไอดีซี (IDC) ในการสำรวจความคิดเห็นลูกจ้างจำนวน 1,404 คนใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาค ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อประเมินทัศนคติและความพร้อมที่มีต่อยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

รวมทั้งการรับรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่อาชีพของตนเอง ที่ได้รับจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (เช่น อุปสรรคและโอกาส) สิ่งที่ลูกจ้างตั้งใจจะทำ หรือกำลังทำ ซึ่งเกิดจากการรับรู้ของพวกเขา และความท้าทายที่ลูกจ้างจะต้องเผชิญเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

ด้วยแนวโน้มนี้ การเติบโตในทุกๆ อุตสาหกรรมจะขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น สินค้าและบริการที่ดีขึ้น การปฏิบัติงานและความสัมพันธ์ในประเทศไทย และทั่วเอเชียแปซิฟิกจึงจำเป็นต้องมั่นใจว่า พนักงานของพวกเขายังคงสามารถก้าวเท่าทันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงด้วยดิจิทัลเป็นแนวทางที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเตรียมพนักงานให้พร้อมรับมือกับความท้าทายจากเศรษฐกิจดิจิทัล

ความสุขคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ใช่หรือไม่

  • ประเทศไทยมีพนักงานที่มีความสุขมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิค โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 96% ระบุว่าพวกเขาพึงพอใจและรู้สึกมีส่วนร่วมในที่ทำงาน
  • เงินเดือนและผลตอบแทนที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของตลาด คือแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับความสุขและปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานและลูกจ้างในประเทศไทย  (ร้อยละ 14) ตามมาด้วยความมั่นคงในการทำงาน (ร้อยละ 12) และโอกาสในการทำงาน (ร้อยละ 11)

สงครามแย่งคนเก่ง

  • แม้ว่าพนักงานในประเทศไทยจะความพึงพอใจในงานอยู่ในระดับสูง แต่กลับพบว่าพนักงานมากกว่า 1 ใน 4 (ร้อยละ 29) มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนงานภายในหนึ่งปีนี้
  • สาเหตุหลักที่ดึงดูดในการเปลี่ยนงานในประเทศไทยประกอบด้วย เงินเดือน/ผลตอบแทน (ร้อยละ 20) โอกาสในการทำงานที่มากกว่า (ร้อยละ 17) และสวัสดิการในการทำงาน (ร้อยละ 14)
  • ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้พนักงานคิดเปลี่ยนงานคือ ขาดโอกาสในการทำงาน (ร้อยละ 16) เงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ (ร้อยละ 14) และความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนร่วมงาน (ร้อยละ 13)

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล

  • ประเทศไทยคือ 1 ใน 3 ประเทศแรก ที่ขาดความมั่นใจในทักษะด้านดิจิทัล (ร้อยละ 45) รองมาจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี
  • พนักงานร้อยละ 63 ในประเทศไทยคาดหวังความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากเทคโนโลยีอย่างชัดเจนในที่ทำงาน ในขณะที่ 2 ใน 5 (ร้อยละ 40) รู้สึกว่าผู้จัดการของพวกเขาไม่มีมาตรการเชิงรุกในการช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมกับความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เพื่อปกป้องหน้าที่การงานของพวกเขา
  • ลูกจ้างชาวไทยมีความเป็นผู้ประกอบการมากที่สุด โดยร้อยละ 35 บอกว่าพวกเขาต้องการจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองหากอาชีพของพวกเขาได้รับผลกระทบจากกรเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ (Start-Up) และธุรกิจที่ก่อตั้งมานานแล้วจากธุรกิจหลากหลายขนาดและเป็นบุคคลต่างเพศและวัย ซึ่งรวมถึงพนักงานกลุ่ม Millenial 50% Generation X 40% และ Baby Boomer 10% นอกจากนั้นผู้ตอบแบบสอบถามยังมีทั้งผู้ที่ทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ 36% พนักงานระดับธุรการ 31% พนักงานฝ่ายขายและบริการ 10% และผู้บริหารระดับสูง 7%

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.