สิริเวนเจอร์ส เตรียมส่ง OneStockHome ลุยซิลิคอนวัลเลย์

by | July 9, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

กลายมาเป็นผู้ชนะรายแรกของสิริ เวนเจอร์ส สำหรับ OneStockHome ที่ผ่านขั้นตอนการ Pitching ในงาน Techsauce Global Summit 2018 ที่ผ่านมา รางวัลสำหรับชัยชนะที่น่าสนใจบนเวทีประกวดในครั้งนี้ คือการได้เดินทางไป Pitching และเรียนรู้งานจากองค์กรชั้นนำมากมายที่ Silicon Valley ที่คาดว่าน่าจะสร้างโอกาสและประโยชน์ทางธุรกิจอีกมาก และในวันนี้ Thumbsup จะชวนมาทำความรู้จักกับทีมผู้ชนะกันค่ะ


ทำความรู้จักสิริ เวนเจอร์ส

หากคุณอยู่ในกลุ่ม Startup อาจจะรู้จักมาบ้างแล้วว่า “สิริ เวนเจอร์สเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เน้นการวิจัยและลงทุนด้าน Prop Tech อย่างครบวงจรรายแรกของไทย ที่ต้องการลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพและมองหานวัตกรรมที่เติมเต็มด้านการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ ภายใต้แนวคิด “Complete Your Living Experience” โดยในปีนี้ สิริ เวนเจอร์สได้เปิดเวทีเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech บนเวที TechSauce Global Summit 2018 เพื่อหาผู้ชนะเลิศเพียงรายเดียวที่จะร่วมเดินทางไปยัง Silicon Valley ในช่วงไตรมาสที่ 4 เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุนระดับโลก

สิริ เวนเจอร์ส Business Pitching

จากการสมัครเข้าร่วม Business pitching ของเหล่าสตาร์ทอัพทั้งหมด ได้มีการคัดเลือกให้เหลือเพียง 17 ทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการนำเสนอไอเดียและผลงานเจ๋งๆ ของตนเองในงาน Techsauce Global Summit 2018 เมื่อวันที่ 22-23 มิถุนายนที่ผ่านมา เหล่าสตาร์ทอัพที่ได้รับเลือกทั้งหมดได้แก่ Wazzadu, Dumoroc, Refit, Vitaboost, Homeprise, Screea, Kiidu, Onestockhome, ซิสเท็มเมทริก อินโนเวชั่นส์, Renovanic, Poperty Innovation Charoen Sinsup Amata, Property Flow, Somjai Home Loan, Sellorate และ Enres โดยได้แบ่งการ pitching ออกเป็น 2 วัน ผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศไปครองได้แก่ Onestockhome ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับให้ข้อมูลและซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อจากโรงงานผู้ผลิตได้โดยตรง

ความเป็นมาของผู้ชนะ

ทั้งนี้ ทาง Thumbsup มีบทสัมภาษณ์ คุณอนวัช คิมหสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง OneStockHome ที่เล่าถึงความเป็นมาและจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ให้ฟังว่า แนวคิดในการสร้าง OneStockHome ขึ้นมานั้น มาจากความต้องการของคุณพ่อ ซึ่งมองเห็นอนาคตในกลุ่ม Big Player จะเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น หากเราจะอยู่รอดได้ก็ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ จากประสบการณ์ของที่บ้านที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวงการก่อสร้างมานานกว่า 40 ปี โดยช่วงเริ่มต้นเมื่อ 6-7 ปีก่อน วงการก่อสร้างอาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องของการขายมากนัก รวมทั้งเรื่องของโลกออนไลน์กับธุรกิจนี้ยังมีไม่มาก ก็เลยอยากจะเข้ามาเพื่อเป็น First Player ในกลุ่มนี้

“ช่วงแรกของการทำ OneStockHome จะเป็นแค่เว็บไซต์ให้ข้อมูลเฉยๆ พอทำไปสักพักเห็นว่ามี Demand จากลูกค้าเยอะขึ้น ผมจึงเข้ามาดูแลด้านนี้เต็มตัวร่วมกับพี่สาวที่ต่างก็มีประสบการณ์ในการทำงานบริษัทเอกชนชั้นนำ มาผสมรวมกับความรู้และประสบการณ์ของคุณพ่อทำให้มีข้อมูลเชิงลึกที่ดีและนำมาวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าออนไลน์ว่าทำไมถึงเข้ามาหาเรา รวมทั้งมองให้ออกว่าลูกค้ามี PainPoint อะไร ซึ่งก็ต้องพยายามปรับปรุงเรื่องต่างๆ ให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ามากขึ้น”

ทางด้านระบบของ OneStockHome นั้น จะเน้นเรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวงการวัสดุก่อสร้าง เมื่อลูกค้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าหรือสินค้าใดก็ตาม จากที่เป็นออฟไลน์มากๆ ก็ปรับเข้ามาเป็นออนไลน์ตามพฤติกรรมของลูกค้าจนกลายมาเป็นจุดขาย ทำให้ช่องทางของการให้บริการผ่านรูปแบบเว็บไซต์น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะสะดวกกับลูกค้ามากกว่าการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ ลูกค้าที่เข้ามาใช้งาน จะมาจากการค้นหาผ่าน Google เป็นหลัก ทำให้บริษัทเน้นเรื่องของการทำ SEO และการทำ Keyword ที่ตอบโจทย์การค้นหา ตรงกับความต้องการของลูกค้า น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีการค้นหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจากคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค หรือมือถือก็จะเห็น OneStockHome เป็นอันดับต้นๆ และสามารถกดเข้ามาใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ก้าวต่อไปของ OnestockHome

ทางด้านผลประกอบการของบริษัทตั้งแต่เปิดให้บริการมานั้น ปี 2017 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายกว่า 300 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ถึง 82% ส่วนทิศทางรายได้ในปี 2018 นี้ แม้จะผ่านมาเพียงครึ่งปีบริษัทก็สามารถมีรายได้เติบโตเกือบเท่ากับปีที่แล้วคาดว่าผลสรุปปลายปีจะมีตัวเลขที่ดีเช่นกัน

เนื่องจากลูกค้าของ OneStockHome ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้รับเหมาระดับกลางถึงขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการค้นหาผ่าน Google และเข้ามาในระบบเว็บไซต์ของบริษัท ที่มีความต้องการในสินค้าโดยตรง ทำให้บริษัทมีการวิเคราะห์ข้อมูลจากการค้นหา เช่น ชนิดหรือประเภทของสินค้า แบรนด์ที่ต้องการ หรือลักษณะการทำงานเป็นหลัก เพื่อให้เข้าใจลูกค้าได้ดีกว่าเดิม

ทางบริษัทจะมีการเก็บข้อมูลของลูกค้าผ่าน Search ทุกวัน สิ่งที่ได้นอกจากการพัฒนาไปเป็น Smart Search แล้ว ยังสามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปเสนอแก่โรงงานผู้ผลิตทำให้เข้าใจถึงความต้องการทางตลาดได้ด้วย

“เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจพฤติกรรมซึ่งกันและกัน ก็จะสามารถผลิตหรือพัฒนาสินค้าใหม่ๆ จนเกิดนวัตกรรมขึ้น เช่น โรงงานสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับแก้ พัฒนาหรือปรับปรุง เพื่อผลิตสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่าเดิมและรักษาโอกาสทางธุรกิจของพวกเขาให้ดีขึ้นอีกด้วย” อนวัช กล่าว

ดังนั้น บริษัทจึงมีการแบ่งเป็นทีม Data และ Technology เพื่อสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน ซึ่งขณะนี้มีพนักงานกว่า 23 คน ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ที่คัดเลือกมาจากกลุ่มคนที่มีประสบการณ์การทำงานจากต่างประเทศ มาช่วยในการทำระบบต่างๆ ให้ดีขึ้น รวมทั้งยังเฟ้นหาคนที่มีคุณภาพทั้งฝีมือด้านการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และประสบการณ์ในธุรกิจก่อสร้าง มาช่วยมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจด้วย

เป้าหมายหลักของ OneStockHome คือ ต้องการที่จะสร้างความคล่องตัวและลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยให้การซื้อขายสินค้าในวงการก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาระบบทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการลูกค้าทุกคน ด้วยรูปแบบเว็บไซต์ที่เข้าใจง่ายและ User Friendly ไม่ว่าจะเข้าใช้งานจากช่องทางใดก็ตาม

นอกจากนี้ ยังจะเน้นการนำเสนอแพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่มองหาผู้รับเหมาและอุปกรณ์วัสดุก่อสร้างพร้อมๆ กัน ถือว่าเป็นการรวมสินค้าและบริการผ่านแพคเกจ ที่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าแค่สินค้าเพียงอย่างเดียว

โอกาสจากสิริ เวนเจอร์สและพาร์ทเนอร์ระดับโลก

การได้รับคัดเลือกจากสิริ เวนเจอร์ส ร่วมกับพาร์ทเนอร์สระดับโลกอย่าง SOSA และ Plug and Play นั้น อนวัช มองว่าทุกทีมที่เข้าแข่งขันต่างก็มี Business Model ที่น่าสนใจอยู่แล้ว เพียงแต่ OneStockHome มั่นใจว่ามีประสบการณ์ในวงการก่อสร้างมาอย่างยาวนาน แม้จะเพิ่งจดทะเบียนบริษัทได้เพียง 2 ปีก็ตาม รวมถึงบริษัทยังมี Passion ในการทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิมจึงเป็นจุดแข็งให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังว่าการเดินทางไป Silicon Valley จะสามารถสร้างโอกาสและนำองค์ความรู้ใหม่ๆ มาช่วยสร้างไอเดียในการพัฒนาสินค้าและบริการได้มากขึ้น ก่อให้เกิดทิศทางของรายได้ที่ดี และขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไปสู่กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายขึ้น

“การได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ทำให้บริษัทมีโอกาสในการนำประสบการณ์ที่หลากหลายรวมทั้ง Ecosystem ของสิริ เวนเจอร์สและแสนสิริ มาใช้พัฒนาสินค้าและบริการให้ดีกว่าเดิม เพราะทั้งคู่ต่างก็อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยเช่นกัน” อนวัช กล่าวทิ้งท้าย

ก็ต้องขออวยพรให้กับ Onestockhome ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังในการเดินทางครั้งสำคัญนี้ ส่วนสตาร์ทอัพรายอื่นๆ ที่ต้องการเปิดประตูทางโอกาสในการได้รับความสนับสนุนจากสิริ เวนเจอร์สและโอกาสอีกมากมายก็ลองยื่นใบสมัครกันดูในปีหน้าเพื่อหนุนให้ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นให้เกิดขึ้นในวงการอสังหาริมทรัพย์ได้จริงเสียที

เวทีของสิริ เวนเจอร์ส ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประตูแห่งความสำเร็จเพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกของเหล่าสตาร์ทอัพไทย รวมทั้งเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง ecosystem สำหรับสตาร์ทอัพด้าน PropTech ในประเทศไทยให้เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ ทางสิริ เวนเจอร์สได้มีการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • กังหันลมจาก Semtiveครั้งแรกของประเทศไทยกับการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในโครงการที่อยู่อาศัย โดยสิริ เวนเจอร์ส ได้ลงทุนเป็นจำนวน 15 ล้านบาทใน Semtive เพื่อพัฒนาโครงการกังหันลม ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย
  • Sandee หุ่นยนต์ส่งพัสดุและเอกสารตามห้องพักในคอนโดมีเนียม พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่สามารถขึ้นลงลิฟต์เองได้ ในอนาคตมีโอกาสพัฒนาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตามโครงการและติดกล้องสำหรับดูแลรักษาความปลอดภัย
  • Home Service App แอปพลิเคชันในการติดต่อกับนิติฯ ช่วยเตือนเรื่องบิลต่างๆ และในอนาคตจะสามารถชำระค่าสาธารณูปโภคและส่วนกลางได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำงานร่วมกับ Google Assistant เวอร์ชั่นภาษาไทย ซึ่งแสนสิริก็เป็นอสังหาริมทรัพย์แบรนด์แรกอีกเหมือนกันที่นำ Google Assistant มาใช้ในวงการอสังหาฯ

 

บทความนี้เป็น Advertorial

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.