จะเป็นอย่างไร ถ้าชีวิตขาดเทคโนโลยี

by | August 16, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

CDG ปล่อยคลิปพร้อมแฮชแท็ก “ขอบคุณเทคโนโลยี” ตั้งคำถามคนรุ่นใหม่กับการใช้งานเทคโนโลยี 

ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีกับคนรุ่นใหม่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิม เพราะคนยุคเจน Y และ Z ปรับตัวและเกิดมาพร้อมกับการใช้สมาร์ทโฟนกันแล้ว วันนี้เราจะชวนผู้อ่านย้อนกลับไปรำลึกถึงความเป็นมาของโทรศัพท์มือถือว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเด็กยุค 90 จะอยู่กันอย่างไรเมื่อไม่มีมือถือ!!!

ความเป็นมาของโทรศัพท์เคลื่อนที่

เมื่อย้อนหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Wikipedia พบว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกนั้นถูกผลิตออกมาตั้งแต่ปี 2516 ผลงานของนักประดิษฐ์ของโมโตโรล่าที่ชื่อว่า มาร์ติน คูเปอร์ แต่ตอนนั้นมีขนาดเครื่องที่ใหญ่และน้ำหนักมากถึง 1.1 กิโลกรัม ทำให้ยากต่อการพกพา รวมทั้งความสามารถของเครื่องในยุคนั้นคือการโทรเข้าและรับสาย ยังไม่รองรับการส่งดาต้าใดๆ ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่คนจะพกพาและตัดสินใจซื้อ

เมื่อย้อนกลับมาดูในประเทศไทย แม้จะมีการนำโทรศัพท์เครื่องแรกเข้ามาใช้เมื่อปีพ.ศ. 2424 ในกิจการเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ แต่ก็มีการพัฒนาและใช้งานในกลุ่มทั่วไปมากขึ้นเพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวกขึ้น โดยการพัฒนาของตัวเครื่องมาจากคลื่นที่ให้บริการซึ่งประมาณปี 1980 คือจุดเริ่มต้นของยุคเริ่มแรกของโทรศัพท์มือถือ 1G หรือ First Generation จนล่าสุดเตรียมเข้าสู่ยุค 5G แล้ว

ความสุนทรีย์ผ่านสายโทรศัพท์

แน่นอนว่าหากคุณเกิดในยุค 90 การโทรจีบสาวผ่านสายโทรศัพท์บ้าน ย่อมเป็นเรื่องสุนทรีย์และสร้างความเขินอายให้แก่คุณไม่น้อย เพราะเป็นการบ่มเพาะความรักหนุ่มสาวที่น่ารักและเป็นที่นิยมในยุคนั้นอย่างมาก แต่อย่างที่ทราบ เมื่อเป็นโทรศัพท์บ้าน คุณไม่สามารถใช้งานคนเดียวในบ้านได้แน่นอน รวมทั้งไม่รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่จะเจอปัญหาแบบใด

คลิปวีดีโอ “ขอบคุณเทคโนโลยี” ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านครอบครัวยุค 90 โดยมีคุณแม่ และลูกชายวัยรุ่น 2 คน เป็นตัวละครหลัก สะท้อนภาพของเทคโนโลยีที่นับว่าทันสมัยที่สุด ณ เวลานั้น

สำหรับในเรื่อง Landline นี้ มีที่มาของเรื่องจากการที่ลูกชายคนโต “ต้น” ใช้โทรศัพท์บ้านพูดคุยกับเพื่อนสาวในห้องนอนของตน แต่ถูกคุณแม่ ที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน กับน้องชายคนเล็ก “ตั้ม” ยกหูโทรศัพท์พูดแทรก ทำให้การสนทนาเกิดการขาดตอน และไม่เป็นส่วนตัว

ต่างจากสมัยนี้ ซึ่งการติดต่อสื่อสารสามารถเชื่อมต่อคนจากทั่วทุกมุมโลก ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือแบบพกพา หรือการสนทนาผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ  อีกทั้งยังใช้งานสะดวก รวดเร็ว และเป็นส่วนตัว สะท้อนภาพการพัฒนาของเทคโนโลยีจากยุคอนาล็อกสู่ความเป็นดิจิทัล และคุณค่าของเทคโนโลยีที่ถูกปรับใช้เพื่อคุณภาพสังคมที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าการที่คนไทยมีเทคโนโลยีให้ใช้งานได้แบบทุกวันนี้ จะต้องมีการคิดและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีบริษัทหรือหน่วยงานที่เป็นของคนไทยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในการเดินหน้าธุรกิจอย่างมั่นคง เราก็คงไม่สามารถเดินหน้าประเทศในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน

แต่เทคโนโลยีก็พัฒนาจนในยุคนี้ เราสามารถมีสมาร์ทโฟนไว้สื่อสารกันได้อย่างสะดวกและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น

แม้บริษัทยักษ์จากต่างชาติจะมั่นคงและน่าสนใจ แต่บริษัทของคนไทยก็เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงเช่นกัน

ทำความรู้จัก CDG

CDG คือบริษัทให้บริการด้าน Information Technology รอบด้าน ทั้งจัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยี บริหารจัดการเทคโนโลยีสำหรับรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจจนถึงภาคเอกชน ทำให้หลายเทคโนโลยีที่เคยดูว่าเป็นเรื่องยาก กลับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราคุ้นเคย และนี่คือเรื่องราวของเทคโนโลยีที่ CDG อยากบอกคุณผ่านเรื่องราวตลอด 50 ปีที่ผ่านมา

โดยสื่อสารผ่านไวรัลคลิป “Landline” ภายใต้แฮชแท็ก #ขอบคุณเทคโนโลยี ที่ต้องการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการให้คนทั่วไปได้ทราบว่า CDG เป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทยแท้และดำเนินธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน รวมทั้งต้องการเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง เพราะเชื่อว่าบริษัทจะสร้างอนาคตทุกรูปแบบที่มาพร้อมความสุขเสมอ ซึ่งนอกจากคลิปนี้แล้ว ยังมีอีก 2 คลิปที่จะปล่อยตามมาเร็วๆ นี้

#ขอบคุณเทคโนโลยี #CDGThailand #CDG50Years

 

บทความนี้เป็น Advertorial

"thumbsup" (อ่าน ธั๊ม’ส-อัพ) คือชุมชนของ "นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต" เรามีข่าวสาร, บทความ, บทสัมภาษณ์ ตลอดจน event ที่นักการตลาดหลายคนชื่นชอบ เช่น Spark Conference, Digital Matters

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.