ส่อง!! ปรากฏการณ์ธุรกิจ “ชานมไข่มุก” ย่านสยาม

by | October 30, 2018
0
shares
Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Google+
Share on LinkedIn
+

หากย้อนกลับไป 18 ปีที่แล้ว  ต้องยอมรับว่าเมนูชานมไข่มุกกับแก้วพลาสติกทรงกระบอกยาว  เป็นเมนูที่ฮิตมากท่ามกลางเด็กนักเรียนแถวสยามที่ต้องไปต่อคิวซื้อกินกัน  ตามมาด้วยเทรนด์เมนูขนมมากมายไม่ว่าจะเป็น Rotiboy เครปเย็น โดรายากิ (ขนมสุดโปรดของโดราเอมอน) ท็อฟฟี่เค้กสวนดุสิต หรือชูโรส เป็นต้น

หากอ่านตามเมนูข้างต้น ขนมเหล่านี้เรียกว่าหาได้ไม่ยากเลย แต่ในสมัยก่อนนั้นต้องต่อแถวรอกันนานเลยทีเดียว  แต่อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เมนูชานมไข่มุกยังอยู่รอดได้  แค่เครื่องดื่มที่เคยเริ่มต้นด้วยราคา 30-40 บาทในอดีตก็ถือว่าแพงแล้ว

แต่ตอนนี้ชานมไข่มุกกลับมีราคาสูงแตะ 100-150 บาทกันเลยทีเดียว  เรามาย้อนรอยเส้นทางครื่องดื่มยอดฮิตนี้กันค่ะ  ชานมไข่มุกเดินทางมาจากประเทศไต้หวันเมื่อหลายปีก่อน  แล้วเดินทางมาถึงประเทศไทย  จนเกิดร้านชานมไข่มุกเกิดขึ้นทั่วหัวระแหง  ทีมงานได้ไปลองสำรวจร้านที่ขายชานมไข่มุกย่านสยามทั้งหมด  พบว่ามีถึง 32 ร้าน!!

Siam Discovery 2

  • Share Tea
  • Heekcaa

Siam Center 2

  • Mr.Shake
  • Fuku

Siam Paragon 10

  • After You
  • QQ dessert
  • ชาตรามือ
  • Kamu
  • Koi
  • CoCo
  • Cheevit Cheeva
  • Brix dessert bar
  • Mr.Shake
  • Fucheer

Siam Square 9

  • Tea ‘O’ Hollis
  • Mr. Shake
  • Tea Story
  • Moma’s Bubble Tea Bar
  • ATM Tea Bar
  • Seoulcial Club
  • ต้นกาแฟสด
  • Cyber Coco

Siam Square One 9

  • ChaEn Lg
  • Lunar Nuna
  • Kamu
  • Brown
  • Minimono
  • CoCo
  • Koi
  • Alley
  • Ochaya
  • After you

โดยทุกร้านมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งเม็ดไข่มุก ความหวานหอมของชา  บางร้านก็ใช้โซเชียลช่วยโปรโมตจนลูกค้าแน่นเอี๊ยด  และราคาหลากหลายตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย

วิเคราะห์ธุรกิจชานมไข่มุกทำไมถึงฮิต

หลังจากสร้างกระแสไว้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ชานมไข่มุกก็เวียนกลับมาฮิตอีกครั้ง  โดยเราคาดว่าเพราะความหนึบหนับของไข่มุก  ที่ทำจากเม็ดแป้งจากมันสำปะหลังนั้นเข้ากันได้ดีกับตัวชา  ถึงแม้จะมีธุรกิจชานมไข่มุกเกิดขึ้นมามากมาย  แต่ผู้ประกอบการหลายคนก็ยังเลือกเดินเข้าสู่ธุรกิจนี้  เพราะเรามองว่าถึงแม้จะมีร้านชานมผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  แต่ก็ทำให้ตลาดมีการเติบโตตามไปด้วย  อย่างแบรนด์ชานมไข่มุกยอดฮิต KOI กิจการจากประเทศสิงคโปร์  ที่ได้รับแรงบันดาลใจและสูตรความอร่อยจากชานมไข่มุกประเทศไต้หวัน  ในวันเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยนั้นมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,595,975.23 บาท แต่เวลาผ่านไป 1 ปีกลับมามีรายได้เพิ่มสูงถึง 62,311,622.49 บาท  เรียกได้ว่าเติบโตมากขึ้นถึง 1,632.82% เลยทีเดียว

นอกจากนั้นเรายังมองว่ามีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้การกลับมาครั้งนี้ของ “ชานมไข่มุก” ทวงบัลลังค์เครื่องดื่ม  จนขึ้นแท่นเป็นเครื่องดื่มสุดฮิตได้นั่นคือ

  • การกลับมาที่เพิ่มความพิเศษลงไป เช่น ลาวา, เม็ดไข่มุกแบบ Brown Sugar, Topping Cheese, รสชาติแปลกๆ อย่างไข่เค็ม หมอนทอง ฯลฯ
  • ใช้โซเชียลโปรโมต  หลายร้านเปิดใหม่มีลูกค้าไปต่อแถวกันยาวเหยียด  มีการลงภาพเช็คอินร้านในโซเชียลมากมาย  จึงไม่แปลกเลยที่จะมีหลายคนอยากไปทดลองชิมชาไข่มุกบ้าง

Social Club ร้านชานมอีกหนึ่งร้านที่มีลูกค้าแน่นร้านและโพสต์ในโซเชียลหลายโพสต์จากลูกค้า

  • หาซื้อง่าย  จากสองปัจจัยด้านบนเป็นส่วนที่ทำให้ “ชานมไข่มุก” ขายดิบขายดี  สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการมากมาย  จึงไม่แปลกที่จะมีธุรกิจนี้ผุดขึ้นตามมาในหลากหลายยี่ห้อ  และเมื่อยื่งหาซื้อง่าย  คนก็ยิ่งเลือกดื่มเยอะ  จึงไม่แปลกเลยที่ชานมไข่มุกจะไปอยู่ใน Top of Mind ของผู้บริโภคที่คุ้นชินและเลือเป็นเครื่องดื่มลำดับแรกๆ

  • กระแสความนิยมในประเทศไต้หวัน  ซึ่งมี “ชานมไข่มุก” เป็นเครื่องดื่มที่โด่งดังของประเทศ  ในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวไต้หวันมากขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจากนโยบาย New Southbound Policy ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่องเที่ยวได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า  และหลายๆ คนก็ยิ่งติดใจในรสชาติของ “ชานมไข่มุก” มากยิ่งขึ้น

ภาพจาก : CHA BAR BKK

  • เทรนด์สุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น  เพราะผู็บริโภคหันมาให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพกัน  จนก่อนหน้านี้กระแสของชานมไข่มุกซาลงไป  เพราะถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ  แต่ในปัจจุบันผู็บริโภคมีทางเลือกมาขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการสั่งแบบหวานน้อย (เลือกระดับความหวานเองได้), หรือเลือกทานชานมไข่มุกแบบที่ดีต่อสุขภาพไปเลยอย่างชานมของร้าน ChaBar ที่มีเม็ดไข่มุกที่ทำจากข้าวไรซ์เบอร์รี่  ที่ถึงแม้จะไม่ได้เปลี่ยนให้ชานมไข่มุกเป็น “เครื่องดื่มส่งเสริมสุขภาพ” ไปเลย  แต่ก็ตอบรับเทรนด์ใส่ใจสุขภาพได้ส่วนหนึ่ง

ทำไมยังเลือกทำธุรกิจร้านชานมไข่มุก

นนทวิทย์ โรจนศักดิ์ชัย Fouder ร้าน Brix dessert bar บอกกับเราว่า ร้านนี้เปิดมาได้ 2 ปีแล้ว  ช่วงแรกขายเมนูประเภทเบเกอรี่ และขนมหวาน  ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าชาวไทยและต่างชาติผสมกันอย่างละ 50%  ประกอบกับไปเที่ยวฮ่องกงก็ได้สูตรชานมไข่มุกมา  ก็เลยนำมาขายเพิ่มเติมและปรับปรุงสูตรให้เข้ากับปากคนไทย  ทำให้ขายดีขึ้นแบบเร็วมาก มียอดขายเฉพาะชานมไข่มุก วันละ 200-300 แก้วต่อวันเลยทีเดียว  โดยเขาบอกกับเราอีกว่า “เมนูชานมไข่มุกเพิ่งเข้ามาเสริมในเมนูเพียง 2 เดือนเท่านั้น  แต่ตอนนี้กลายเป็นรายได้หลักของร้านไปแล้ว ซึ่งคนไทยยังคงนิยมชานมไข่มุกเช่นเดิม  อาจเพราะกินง่ายและอิ่มท้อง ทำให้คนไทยชอบกันมาก  ซึ่งตอนนี้ลูกค้าชาวไทยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว”

ข้อมูลจาก:

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.